การตรวจประเมินโรงงาน · TPM · OEE · Lean · Industry 4.0

TPM Consulting

ปัจจัยสู่ความสำเร็จของ TPM

ความจริงจังของผู้บริหารสูงสุดเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการดำเนินกิจกรรม TPM ไม่ว่าจะเป็นความจริงจังในเชิงนโยบาย ความจริงจังในเชิงการกระทำ และความจริงจังในเชิงการสนับสนุน

ความจริงจังของผู้บริหารสูงสุดเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการดำเนินกิจกรรม TPM ไม่ว่าจะเป็นความจริงจังในเชิงนโยบาย ความจริงจังในเชิงการกระทำ และความจริงจังในเชิงการสนับสนุน

นอกจากความจริงจังของผู้บริหารแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะทำให้กิจกรรม TPM ประสบความสำเร็จ คือ การประกวดกิจกรรมกลุ่มบำรุงรักษาด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการชักจูงใจในการทำกิจกรรมไปด้วยในตัว โดยอาศัยสัญชาตญาณแห่งการเอาชนะของมนุษย์ โดยมีการให้รางวัลในรูปแบบต่างๆ เป็นการตอบแทน

การวัดผลและผลกระทบจากกิจกรรม TPM เป็นปัจจัยที่จะทำให้ทราบสถานการณ์ในการดำเนินกิจกรรม TPM เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนว่า การดำเนินกิจกรรม TPM ประสบความสำเร็จหรือไม่ อย่างไร เพื่อหาทางวางแผนปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ความจริงจังของผู้บริหารสูงสุด (Top-Management Commitment)

ผู้บริหารสูงสุดต้องให้ความสำคัญกับกิจกรรม TPM ในเชิงนโยบายของบริษัท โดยมีการประกาศนโยบายและประกาศแต่งตั้งคณะทำงาน โดยมิได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรม TPM เพียงแค่ประหนึ่งเป็นโครงการหรือกิจกรรมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งตามกระแสนิยมเท่านั้น

นอกจากให้ความสำคัญในเชิงนโยบายแล้ว ผู้บริหารสูงสุดจะต้องลงมือปฏิบัติให้เห็นในเชิงการกระทำอย่างจริงจัง เช่น เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ให้เวลาในการเดินตรวจเยี่ยมในสายการผลิต เพื่อสอบถามความคืบหน้าหรืออุปสรรคในการดำเนินกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรในองค์การ

การสนับสนุนด้านต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ผู้บริหารสูงสุดต้องมีความจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางด้านโอกาสในการเรียนรู้ การสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนทางด้านงบประมาณ

กิจกรรม TPM ที่ผู้บริหารเพียงอยากทำและอยากเชยชมความสำเร็จเท่านั้น แต่ไม่ได้มีความจริงจังในการดำเนินการ ทั้งทางนโยบาย ทางปฏิบัติ และทางการสนับสนุน คงจะเป็นกิจกรรม TPM ที่ประสบความสำเร็จได้ยาก หรือเกือบจะพูดได้ว่าเป็นกิจกรรม TPM ที่ไม่มีทางสำเร็จได้อย่างแท้จริง

กิจกรรมกลุ่มย่อยของกิจกรรม TPM (TPM Small-Group Activity)

ลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งของกิจกรรม TPM คือ การทำกิจกรรมของพนักงานทุกฝ่ายในองค์การในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อยที่มีการเลื่อมล้ำกันในบทบาทและหน้าที่ของผู้นำกลุ่ม (Overlapping) ทั้งนี้ เพื่อให้การสื่อสารสองทางระหว่างระดับบริหารกับระดับปฏิบัติการ (Top-down and Bottom-up) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมกลุ่มย่อยในกิจกรรม TPM แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยระดับบริษัท กลุ่มย่อยระดับโรงงาน กลุ่มย่อยระดับฝ่าย กลุ่มย่อยระดับแผนก และกลุ่มย่อยระดับปฏิบัติการ โดยกลุ่มย่อยแต่ละระดับมีหน้าที่แตกต่างกัน

กลุ่มย่อยในระดับปฏิบัติการ ก็คือ กลุ่มของผู้ใช้เครื่องจักรที่ทำกิจกรรมการบำรุงรักษาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยที่สำคัญที่สุดที่ต้องมีการชักจูงใจให้ปฏิบัติกิจกรรม TPM อย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป การจัดประกวดกิจกรรมกลุ่มบำรุงรักษาด้วยตนเองเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงจูงใจได้

กิจกรรมกลุ่มย่อยทำให้เกิดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่นโยบายลงไปจนถึงผู้ปฏิบัติ และจากผู้ปฏิบัติขึ้นมากำหนดเป็นนโยบาย อีกทั้งเป็นการชักจูงใจพนักงานได้อีกวิธีหนึ่งด้วย เมื่อนำมาผนวกเข้ากับสัญชาตญาณการเอาชนะของมนุษย์

การวัดผลและผลกระทบจากกิจกรรม TPM

การวัดผลและผลกระทบต้องมีการแบ่งออกเป็นการวัดผลความสำเร็จในการปฏิบัติ และการวัดผลลัพธ์ของการดำเนินกิจกรรมที่ส่งผลต่อสมรรถนะขององค์การ การวัดความสำเร็จในการปฏิบัติจะแบ่งออกเป็นความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ของกลุ่มย่อยระดับโรงงาน ระดับฝ่าย ระดับแผนก และระดับกลุ่ม AM

การวัดสมรรถนะขององค์การ ก็คือ การวัดความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ของกลุ่มย่อยระดับบริษัทนั่นเอง เพราะถือว่าเป็นผู้ดูแลในภาพรวมทั้งหมดขององค์การ

สิ่งเดียวที่จะบอกเราได้ว่า กิจกรรม TPM เป็นอย่างไร ถูกทางหรือไม่ ได้ผลมากน้อยเพียงใด คือ การวัดผลเป็นระยะๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบความคืบหน้า เพื่อการหยุดทบทวน หรือเพื่อการปรับแผนการดำเนินการต่อไป

เริ่มจากการตรวจประเมินหน้างานที่วัดได้จริง

การตรวจประเมินเบื้องต้น 3 Man-days จบด้วยรายงานความพร้อม จุดอ่อนที่ต้องแก้เร่งด่วน และแผนดำเนินการ TPM

ขอรับการตรวจประเมินโรงงาน รับหนังสือฟรี