การตรวจประเมินโรงงาน · TPM · OEE · Lean · Industry 4.0

TPM Consulting

การบำรุงรักษาด้วยตนเอง

เสาหลักที่ 2 — การบำรุงรักษาที่มุ่งเน้นให้ผู้ใช้เครื่องจักรมีส่วนร่วมในกิจกรรมการบำรุงรักษา ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายซ่อมบำรุงเท่านั้น

ผู้รับผิดชอบผู้ใช้เครื่องและหัวหน้างานในสายการผลิต
เป้าหมายผู้ใช้เครื่องมีความรู้และความเข้าใจในกลไกของเครื่อง และบำรุงรักษาเครื่องจักรได้ด้วยตนเอง
บทบาทและหน้าที่ปฏิบัติตาม 7 ขั้นตอนของการบำรุงรักษาด้วยตนเอง คือ การทำความสะอาดแบบตรวจสอบ · กำจัดจุดยากลำบากและแหล่งกำเนิดปัญหา · การเตรียมมาตรฐานการบำรุงรักษาด้วยตนเอง · การตรวจสอบโดยรวม · การตรวจสอบด้วยตนเอง · การจัดทำเป็นมาตรฐาน · การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของ TPM ก็คือ การบำรุงรักษาที่มุ่งเน้นให้ผู้ใช้เครื่องจักรมีส่วนร่วมในกิจกรรมการบำรุงรักษา โดยเฉพาะการดูแลรักษาเครื่องจักรที่ตนเองใช้ ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายซ่อมบำรุงเท่านั้น

การบำรุงรักษาด้วยตนเองเป็นการทำกิจกรรมบำรุงรักษาในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อย โดยแต่ละกลุ่มมีหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องจักรของตนเอง ภายใต้ความคิดที่ว่า “ไม่มีใครเข้าใจเครื่องจักรได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง” “ไม่มีใครคอยสังเกตสิ่งผิดปกติได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง” “ไม่มีใครคอยดูแลรักษาเครื่องจักรได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง” และที่สำคัญ หากเครื่องจักรเกิดความเสียหายขึ้น “ไม่มีใครได้รับผลกระทบเท่ากับผู้ใช้เครื่อง”

1. การบำรุงรักษาด้วยตนเอง คือ การปกป้องเครื่องจักรของตนเอง

คำว่า “บำรุงรักษาเครื่องจักรด้วยตนเอง” หมายถึง ผู้ใช้เครื่องแต่ละคนสามารถทำการตรวจสอบประจำวัน หล่อลื่น เปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ ซ่อมแซมเบื้องต้น สังเกตความผิดปกติของเครื่อง และตรวจสอบอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่ตนเป็นผู้ใช้งานอย่างละเอียดในบางครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ “ปกป้องเครื่องจักรของตนเอง”

แต่สำหรับในบางอุตสาหกรรมที่ทำการผลิตด้วยเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนสูง หรือบริษัทที่มีการขยายกำลังการผลิต เป็นไปได้ว่าบริษัทจะมีนโยบายให้ผู้ใช้เครื่องมีหน้าที่แค่ทำการผลิตอย่างเดียว ในขณะที่ฝ่ายซ่อมบำรุงจะเป็นผู้คอยดูแลบำรุงรักษาเครื่องทั้งหมด ซึ่งนั่นก็คือแนวความคิดที่ว่า “ผู้มีหน้าที่ใช้…ใช้ ผู้มีหน้าที่ซ่อม…ซ่อม” แนวคิดเช่นนี้จะทำให้ผู้ใช้เครื่องคอยจับตาดูเฉพาะชิ้นงานที่ออกมาโดยไม่สนใจสภาพของเครื่องจักร โดยฝ่ายซ่อมบำรุงก็จะไม่สามารถเข้าไปดูแลจากการที่เครื่องจักรจะเสีย

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเครื่องจักรเกิดการเสียหาย ผู้ใช้เครื่องจะรู้สึกว่า “ฝ่ายซ่อมบำรุงไม่คอยดูแลให้ดี” หรือ “เครื่องจักรไม่ดี” ซึ่งความคิดดังกล่าวเป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากว่า จริงๆ แล้ว ความเสียหายของเครื่องจักรสามารถป้องกันได้ เพียงแค่ผู้ใช้เครื่องคอยสอดส่องดูแลในเรื่องของการขันแน่น การหล่อลื่น และการทำความสะอาด นอกจากนั้นในขณะที่เครื่องเริ่มแสดงอาการว่าจะเสีย ผู้ที่ประสบเป็นคนแรกก็คือผู้ใช้เครื่องนั่นเอง

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมประเภทใด เครื่องจักรซับซ้อนเพียงใด ผู้ใช้เครื่องยังคงมีบทบาทสำคัญในการ “บำรุงรักษาเครื่องจักรด้วยตนเอง”

2. การบำรุงรักษาด้วยตนเอง คือ การเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องจักรของตนเอง

เพื่อให้สามารถบำรุงรักษาเครื่องจักรของตนเองได้ ผู้ใช้เครื่องต้องมีทักษะที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรของตนเอง กล่าวคือ ผู้ใช้เครื่องต้องสามารถทำการปรับปรุงเครื่องจักรระดับหนึ่งได้ เช่น การทำความสะอาด การหล่อลื่น และการตรวจสอบ การพิจารณาออกแบบ หรือการทำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยในการผลิต ซึ่งถือเป็นความจำเป็นที่ผู้ใช้เครื่องต้องพัฒนาต่อไป

การจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องจักรของตนเองได้นั้น อันดับแรกต้องสามารถ “ตรวจจับความผิดปกติได้” และอันดับที่สองต้องสามารถ “สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่กำลังจะเกิดขึ้น” โดยพิจารณาจากคุณภาพการใช้งานของเครื่องจักรและเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติจากการใช้งาน ผู้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องจักรของตนเองต้องรู้สึกทันทีว่า “มันต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น” ซึ่งทั้งหมดดังกล่าวอาจจะจะเกิดขึ้นได้ ผู้ใช้เครื่องจะต้องมีความสามารถอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

  • ความสามารถในการตั้งเกณฑ์วัดความผิดปกติ
  • ความสามารถในการตรวจจับสิ่งผิดปกติ
  • ความสามารถในการสังเกตสิ่งผิดปกติ
  • ความสามารถในการแก้ไขสิ่งผิดปกติได้อย่างเหมาะสม

จากความสามารถดังกล่าว ผู้ใช้เครื่องจะทำอะไรได้บ้าง

ผู้ใช้เครื่องจักรที่มีความสามารถดังกล่าวครบถ้วนจึงจะเรียกได้ว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องจักรของตนเอง เนื่องจากเป็นผู้ที่สามารถหาจุดผิดปกติ สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติที่กำลังจะเกิดขึ้น และหาทางป้องกันความผิดปกติได้

  • หาจุดที่ผิดปกติและแก้ไขให้ถูกต้องได้
  • เข้าใจโครงสร้างของเครื่องจักรและหน้าที่ต่างๆ ของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ในขณะที่ทำงานได้อย่างปกติ หรือในขณะที่กำลังมีความผิดปกติเกิดขึ้น
  • เข้าใจผลกระทบจากความผิดปกติของเครื่องจักรที่มีต่อคุณภาพการใช้งาน

บทบาทของผู้ใช้เครื่องและฝ่ายซ่อมบำรุง

ดังที่กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่า การบำรุงรักษาที่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายซ่อมบำรุงเพียงฝ่ายเดียว มักจะเป็นการบำรุงรักษาในตอนที่เครื่องจักรเกิดความเสียหายแล้ว เพราะนอกเหนือจากเวลาที่เครื่องจักรเสียหาย ก็คือ เวลาที่ใช้งานซึ่งเป็นเวลาที่ฝ่ายซ่อมบำรุงไม่ได้ใกล้ชิดกับเครื่องจักร และเวลาใช้งานนี่เองที่ต้องเป็นหน้าที่ของผู้ใช้เครื่อง ซึ่งทั้งฝ่ายซ่อมบำรุงและผู้ใช้เครื่องต่างก็มีบทบาทที่ต่างกันดังต่อไปนี้

1. บทบาทของผู้ใช้เครื่อง

บทบาทของผู้ใช้เครื่อง คือ การปฏิบัติตามกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักโดยเฉพาะ คือ การป้องกันความเสื่อมสภาพของเครื่องจักร แบ่งได้เป็นสามกลุ่ม

กิจกรรมเพื่อป้องกันความเสื่อมสภาพ — จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง (การป้องกันความผิดพลาดจากผู้ปฏิบัติงาน) ปรับปรุงสภาพการใช้งานขั้นพื้นฐาน (การทำความสะอาด การหล่อลื่น การขันแน่น) การปรับแต่ง (การปรับแต่งค่าต่างๆ ในการใช้งานเพื่อให้เดินเครื่องได้ตามปกติ) และการรายงานและการตรวจจับความผิดปกติ (การป้องกันความเสียหายและอุบัติเหตุ)

การวัดความเสื่อมสภาพ — การตรวจสอบประจำวัน และการตรวจสอบตามคาบเวลา

กิจกรรมเพื่อฟื้นความเสื่อมสภาพ — การปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ (การเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ เท่าที่ทำได้ และการแก้ไขจุดผิดปกติที่มีความเร่งด่วน) รายงานความผิดปกติและความเสียหายทุกครั้งอย่างเร่งด่วนให้กับฝ่ายซ่อมบำรุง และให้ความร่วมมือและความช่วยเหลือในการซ่อมแซมเครื่องจักรของฝ่ายซ่อมบำรุง

ทั้งหมดนี้เป็นการป้องกันความเสื่อมสภาพของเครื่องจักรที่เกิดจากการใช้งาน โดยการทำความสะอาด การหล่อลื่น และการขันแน่น รวมถึงการตรวจสอบประจำวัน และการตรวจสอบตามคาบเวลา โดยมีจุดที่ผู้ใช้เครื่องมีหน้าที่ดูแลความเสื่อมสภาพได้ด้วยตนเอง แต่สำหรับจุดใหญ่ๆ ก็ยังคงเป็นหน้าที่ของฝ่ายซ่อมบำรุง

2. บทบาทของฝ่ายซ่อมบำรุง

  • กิจกรรมการบำรุงรักษาตามหน้าที่เดิมของฝ่ายซ่อมบำรุง — การให้ความรู้ความสามารถที่มีมากกว่าผู้ใช้เครื่องในการบำรุงรักษาตามคาบเวลา การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข ทั้งนี้เพื่อการตรวจความเสื่อมสภาพของเครื่องจักร และการทำการฟื้นความเสื่อมสภาพต่อไป
  • กิจกรรมส่งเสริมการบำรุงรักษาด้วยตนเอง — ให้ความรู้และฝึกอบรมผู้ใช้เครื่องในเรื่องโครงสร้างและหน้าที่ของชิ้นส่วน การหล่อลื่นและมาตรฐานการหล่อลื่น วิธีการตรวจสอบและมาตรฐานการตรวจสอบ การตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับแจ้งความผิดปกติ และการช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีในการวินิจฉัยเครื่องจักร
  • วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการบำรุงรักษาและจัดทำมาตรฐานการบำรุงรักษา
  • บันทึกข้อมูลการบำรุงรักษาเพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลทางด้านการบำรุงรักษา
  • ทำการค้นคว้าหาวิธีวิเคราะห์ความเสียหายของเครื่องจักรและวิเคราะห์การเกิดอุบัติเหตุเพื่อหาทางป้องกันต่อไป
  • ประสานกับฝ่ายวิจัยและพัฒนาในการออกแบบเครื่องจักรอุปกรณ์โดยคำนึงถึงการบำรุงรักษา
  • การควบคุมอะไหล่ อุปกรณ์ช่วยในการผลิต และข้อมูลทางด้านเทคโนโลยี

7 ขั้นตอนของการบำรุงรักษาด้วยตนเอง

ขั้นตอนของการบำรุงรักษาด้วยตนเองแบ่งออกเป็น 7 ขั้นตอน โดยขั้นตอนทั้งหมดจะเริ่มต้นจากความเข้าใจในแนวคิดและความสำคัญรวมถึงความจำเป็นที่ต้องทำการบำรุงรักษาด้วยตนเอง

ขั้นตอนที่ 1 ถึงขั้นตอนที่ 3 เป็นขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงที่เครื่องจักรและอุปกรณ์ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในขั้นตอนที่ 4 และขั้นตอนที่ 5 สุดท้ายคือขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ทำงานด้วยขั้นตอนที่ 6 และขั้นตอนที่ 7

การบำรุงรักษาด้วยตนเอง ก็คือ การที่ผู้ใช้เครื่องจักรพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรของตนเอง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเอง จนในที่สุดสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการบำรุงรักษาได้ ซึ่งทุกขั้นตอนจะมีฝ่ายซ่อมบำรุงคอยให้ความช่วยเหลือสนับสนุน

การเปลี่ยนแปลงขั้นตอนวัตถุประสงค์
การเปลี่ยนแปลงที่เครื่องจักร1. การทำความสะอาดแบบตรวจสอบ
2. การกำจัดจุดยากลำบากและแหล่งกำเนิดปัญหา
3. การจัดทำมาตรฐานการบำรุงรักษาด้วยตนเอง
ความสามารถในการค้นหาความผิดปกติ และความสามารถในการตรวจสอบสิ่งผิดปกติ
การเปลี่ยนแปลงที่คน4. การตรวจสอบโดยรวม
5. การตรวจสอบด้วยตนเอง
การปรับปรุงความเสื่อมสภาพของเครื่องจักร
การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม6. การจัดทำเป็นมาตรฐาน
7. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การบริหารการบำรุงรักษาจากผู้ใช้เครื่อง (Bottom-Up)

อ่านต่อ

อ้างอิง

  • ธานี อ่วมอ้อ. การบำรุงรักษาด้วยตนเอง. กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ, 2547.
  • ธานี อ่วมอ้อ. การบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ, 2546.
  • Development Program: Implementing Total Productive Maintenance. Tokyo: Japan Institute of Plant Maintenance, 1996.

เริ่มจากการตรวจประเมินหน้างานที่วัดได้จริง

การตรวจประเมินเบื้องต้น 3 Man-days จบด้วยรายงานความพร้อม จุดอ่อนที่ต้องแก้เร่งด่วน และแผนดำเนินการ TPM

ขอรับการตรวจประเมินโรงงาน รับหนังสือฟรี