การตรวจประเมินโรงงาน · TPM · OEE · Lean · Industry 4.0

TPM Consulting

เกี่ยวกับเรา

ที่ปรึกษาและวิทยากรด้าน TPM การบำรุงรักษา และการเพิ่มผลผลิต ประสบการณ์กว่า 30 ปี

อาจารย์ธานี อ่วมอ้อ ทำงานด้าน TPM และการบำรุงรักษาในโรงงานอุตสาหกรรมมากว่า 30 ปี ทั้งในฐานะที่ปรึกษา วิทยากร และผู้เขียนหนังสือด้าน TPM ภาษาไทย ให้บริการมาแล้วกว่า 78 โครงการในบริษัทผู้ผลิตชั้นนำของประเทศ ครอบคลุมยานยนต์ ปิโตรเคมี อาหารและเครื่องดื่ม เหล็ก ปูนซีเมนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเยื่อกระดาษ

ความถนัดเฉพาะทางคือการเดินหน้างานเพื่อหาจุดบกพร่องที่คนในโรงงานมองข้าม แล้วแปลงเป็นแผนปรับปรุงผลิตภาพที่ทีมงานทำต่อเองได้

งานส่วนใหญ่คือการอบรมวิศวกรและผู้บริหารในห้องอบรมของโรงงานเอง ใช้เครื่องจักรจริงและข้อมูลจริงของโรงงานเป็นกรณีศึกษา

TPM Consulting ดำเนินงานโดยที่ปรึกษาอาวุโสเพียงท่านเดียว ไม่มีฝ่ายขาย และไม่มีการส่งต่องานให้ผู้ช่วย ผู้ที่ท่านติดต่อครั้งแรก คือผู้ที่มาบรรยายและลงพื้นที่หน้างานร่วมกับทีมของท่านเอง ที่ผ่านมางานเกือบทั้งหมดมาจากการบอกต่อของลูกค้าเดิม

“ถ้าผู้ใช้เครื่องอธิบายมาตรฐานด้วยคำพูดของตัวเองไม่ได้ แปลว่ามาตรฐานนั้นยังไม่มีอยู่จริง”
  • 1

    สอนจากงานจริง

    เนื้อหาทุกหลักสูตรมาจากงานที่เคยทำในโรงงานจริง ไม่ใช่การแปลตำรามาสอน

  • 2

    หาจุดบกพร่องที่คนในโรงงานมองข้าม

    ความถนัดเฉพาะทางคือการเดินหน้างานแล้วชี้ให้เห็นความสูญเสียที่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

  • 3

    เขียนเอกสารเอง

    หนังสือและเอกสารประกอบการอบรมเป็นภาษาไทย เขียนโดยวิทยากรเอง แจกให้ผู้เข้าอบรมนำไปใช้ต่อ

  • 4

    เป็นกลางต่อผู้ขายระบบ

    ไม่ขายซอฟต์แวร์ ไม่รับค่าคอมมิชชั่นจากผู้ขายระบบใด

ประโยชน์จากการดำเนินกิจกรรม TPM

สิ่งที่เปลี่ยนไป ในสามระดับ

สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับคนหน้างาน

สิ่งแรกที่เปลี่ยนไม่ใช่ตัวเลข แต่คือความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายผลิตกับฝ่ายซ่อมบำรุง ก่อนเริ่ม TPM ทั้งสองฝ่ายมักอยู่ในความสัมพันธ์แบบผู้แจ้งกับผู้รับแจ้ง ฝ่ายผลิตแจ้งว่าเครื่องเสีย ฝ่ายซ่อมบำรุงมาซ่อม แล้วต่างคนต่างกลับไปทำงานของตัวเอง เมื่อผู้ใช้เครื่องเริ่มดูแลสภาพพื้นฐานเอง บทสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นการคุยกันเรื่องอาการที่สังเกตได้ก่อนที่เครื่องจะเสีย

จากนั้นจึงตามมาด้วยความภูมิใจในเครื่องจักรที่ตนดูแล การทำงานอย่างมืออาชีพ ทักษะการทำงานเป็นทีม และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้นเพราะความผิดปกติถูกพบเร็วขึ้น การอบรมที่มากขึ้นก็ไม่ใช่สวัสดิการ แต่เป็นเงื่อนไขจำเป็น เพราะจะให้ผู้ใช้เครื่องตรวจสอบเครื่องจักรได้ ต้องสอนให้เขารู้ก่อนว่าอะไรคือสภาพปกติ

สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับงานบำรุงรักษา

ฝ่ายซ่อมบำรุงที่ทำงานเชิงรับตลอดเวลา จะใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการซ่อมสิ่งที่พังไปแล้ว เมื่อผู้ใช้เครื่องรับงานทำความสะอาด หล่อลื่น และตรวจสอบเบื้องต้นไป เวลาที่คืนกลับมาคือเวลาที่ใช้ปรับปรุงได้ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้เรื่องกลไกของเครื่องจักรอย่างลึก และเป็นงานที่ทำให้ช่างเก่งขึ้นจริง

ผลที่ตามมาคือฝ่ายซ่อมบำรุงเปลี่ยนสถานะจากหน่วยงานที่ถูกเรียกเมื่อมีปัญหา มาเป็นหุ้นส่วนในความสำเร็จของการผลิต และมีส่วนในการสร้างมูลค่าให้บริษัทมากขึ้น การยอมรับที่ได้จากตรงนี้มีผลต่อขวัญกำลังใจมากกว่าที่หลายโรงงานประเมินไว้

สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับองค์กร

ในระดับองค์กร ผลที่วัดได้คือประสิทธิภาพการดำเนินงานที่สูงขึ้น ต้นทุนการดำเนินงานและมูลค่าอะไหล่คงคลังที่ลดลง อายุการใช้งานของเครื่องจักรที่ยาวขึ้น และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องใหม่ ซึ่งข้อสุดท้ายมักเป็นผลตอบแทนที่ใหญ่ที่สุดและถูกมองข้ามบ่อยที่สุด

นอกจากนี้ TPM ยังเป็นฐานรากให้กับระบบอื่นที่โรงงานอาจทำต่อ ไม่ว่าจะเป็น World Class Manufacturing, TQM, การผลิตแบบทันเวลาพอดี หรือ Lean Production เพราะทุกระบบเหล่านั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานเดียวกัน คือเครื่องจักรต้องเดินได้ตามที่คาดหมาย โรงงานที่ข้ามขั้นนี้ไปทำระบบอื่นก่อน มักต้องย้อนกลับมาทำ TPM ในภายหลังอยู่ดี

เริ่มจากการตรวจประเมินหน้างานที่วัดได้จริง

การตรวจประเมินเบื้องต้น 3 Man-days จบด้วยรายงานความพร้อม จุดอ่อนที่ต้องแก้เร่งด่วน และแผนดำเนินการ TPM

ขอรับการตรวจประเมินโรงงาน รับหนังสือฟรี