การตรวจประเมินโรงงาน · TPM · OEE · Lean · Industry 4.0

TPM Consulting

แนวคิดการเพิ่มผลผลิต

คำว่า Productivity หรือการเพิ่มผลผลิต มีการแปลในภาษาต่างๆ กัน และให้ความหมายต่างๆ กัน เช่น การเพิ่มปริมาณการผลิต การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เป็นต้น แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ผลผลิต…

คำว่า Productivity หรือการเพิ่มผลผลิต มีการแปลในภาษาต่างๆ กัน และให้ความหมายต่างๆ กัน เช่น การเพิ่มปริมาณการผลิต การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เป็นต้น แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ผลผลิตไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการผลิต ถ้าสามารถทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงได้ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุน ลดการสูญเสีย และการใช้ประโยชน์จากปัจจัยการผลิตให้มากขึ้น ก็นับว่าเป็นการเพิ่มผลผลิต การเพิ่มผลผลิตจึงเป็นเครื่องมือในการประกอบธุรกิจ และชีวิตประจำวัน

ในเชิงวิทยาศาสตร์ การเพิ่มผลผลิตคืออัตราส่วนระหว่างมูลค่าของสินค้าและบริการที่ผลิต ต่อมูลค่าของทรัพยากรที่ใช้ไป หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ผลผลิตเท่ากับผลผลิต (Output) หารด้วยปัจจัยการผลิต (Input)

ความเป็นมาและแนวความคิด

ความเป็นมาและแนวคิดเรื่องการเพิ่มผลผลิตนั้นเริ่มต้นจากการนำแนวคิดตามหลักวิทยาศาสตร์มาใช้ในการบริหาร ซึ่งเริ่มมาจากเฟรดเดอริค ดับบลิว เทเลอร์ ในปี 2454 โดยเน้นว่าหลักการบริหารแบบวิทยาศาสตร์ต้องการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของทั้งพนักงานและฝ่ายบริหาร ที่มองเห็นความจำเป็นในการใช้หลักวิทยาศาสตร์มาบริหาร การที่จะผลักดันให้เกิดผลผลิตนั้นต้องการความร่วมมือจากกลุ่มคนฝ่ายต่างๆ นายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป เนื่องจากการเพิ่มผลผลิตนั้นก่อประโยชน์ให้กับบุคคลในกลุ่มต่างๆ นั่นเอง การมีส่วนร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อที่จะผลักดันให้เกิดผลผลิต และประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็ได้กระจายไปอย่างเสมอภาคกัน ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของการเพิ่มผลผลิต

แนวคิดในทางวิทยาศาสตร์

ผลผลิตได้แก่ สินค้าบริการต่างๆ เช่น รถยนต์ ตู้เย็น โทรทัศน์ ตู้โต๊ะ อาหาร การขนส่ง ธนาคาร และอื่นๆ ส่วนปัจจัยการผลิตก็คือทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต ได้แก่ แรงงาน วัตถุดิบ พลังงาน เครื่องจักร เงินทุน และอื่นๆ

การเพิ่มผลผลิตในแนวคิดทางวิทยาศาสตร์นี้จะต้องมีการวัดเพิ่มผลผลิต ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการวัดทางกายภาพ (Physical Productivity) คือวัดขนาดผลงานเป็นชิ้น น้ำหนัก เวลา หรือจำนวนคนงาน และการวัดคุณค่า (Value Productivity) วัดเป็นจำนวนเงิน ดังนั้นการพิจารณาการเพิ่มผลผลิตมี 4 กรณี คือ

  • ผลิตผลเพิ่ม ปัจจัยการผลิตเท่าเดิม
  • ผลิตผลเพิ่ม ปัจจัยการผลิตลดลง
  • ผลิตผลเท่าเดิม แต่ปัจจัยการผลิตลดลง
  • ผลิตผลเพิ่ม และปัจจัยการผลิตเพิ่ม แต่ปัจจัยการผลิตเพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มผลผลิต

การเพิ่มผลผลิตไม่ใช่การเพิ่มปริมาณการผลิต

ดังนั้น การเพิ่มผลผลิตจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเพิ่มปริมาณการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องของผลิตผลเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าการเพิ่มปริมาณการผลิตนั้นเกิดขึ้นในขณะที่ตลาดไม่ต้องการ ยังเป็นผลร้ายต่อหน่วยงานอีกด้วย

แนวคิดทางเศรษฐกิจและสังคม

ในทางเศรษฐกิจและสังคม การเพิ่มผลผลิตเป็นเครื่องแสดงถึงระดับความสำเร็จของเป้าหมายพื้นฐาน ที่จะนำไปสู่การกินดีอยู่ดีของประชาชน และคุณภาพชีวิตและการทำงาน การเพิ่มผลผลิตจึงเป็นเครื่องวัดความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมได้เป็นอย่างดี การเพิ่มผลผลิตระดับชาติแสดงถึงความสามารถของชาตินั้นในการดำเนินงานพัฒนาประเทศ หรือพัฒนาเศรษฐกิจให้มั่นคงและก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การเพิ่มผลผลิตในแนวคิดนี้ จึงเป็นความสำนึกในจิตใจ (Conscious of mind) เป็นความสามารถหรือพลังความก้าวหน้าของมนุษย์ ที่จะแสวงหาทางปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นเสมอ โดยมีพื้นฐานพลังความเชื่อที่ว่า เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ในวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวานนี้ และพรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้

การเพิ่มผลผลิตเป็นการปรับสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมให้เข้ากับสภาวการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง เป็นความพยายามต่อเนื่องที่จะประยุกต์เทคนิคและวิธีการใหม่ๆ ให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงาน แก่สังคมและประเทศชาติ รวมทั้งความสำนึกในเรื่องของการประหยัดทรัพยากร พลังงานและเงินตรา เพื่อความเจริญมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ดังนั้น จะเห็นว่าการเพิ่มผลผลิตรวมทั้งความหมายทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจสังคม คือทั้งความหมายแคบและกว้างนั้น ครอบคลุมหลายความคิด หลายกิจกรรม จึงจำเป็นต้องใช้ความพยายามร่วมกัน ร่วมมือปรับปรุงเร่งรัดการเพิ่มผลผลิตในทุกระดับ เพื่อความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของชาติโดยส่วนรวม

ทำไมจึงต้องมีการเพิ่มผลผลิต

เนื่องจากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้น นับวันมีแต่จะขาดแคลนลง การเพิ่มผลผลิตเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เราใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการสูญเสียน้อยที่สุด เพื่อสนองตอบหรือให้บริการแก่กลุ่มบุคคลจำนวนมากที่สุด

การเพิ่มผลผลิตเป็นเครื่องช่วยในการวางแผนและการพยากรณ์ในอนาคต เช่น การกำหนดผลิตผลในสัดส่วนที่เหมาะสมกับความต้องการ ไม่ก่อให้เกิดส่วนเกินอันสูญเปล่าของทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกิดการเพิ่มผลผลิตระดับสูง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง สามารถสู้กับคู่แข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศได้

เราจะได้อะไรบ้างจากการเพิ่มผลผลิต

การปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตมีผลกระทบแก่ทุกกลุ่มบุคคล ทุกระดับ ทุกสาขา

ในแง่ของการเพิ่มผลผลิตช่วยให้
พนักงานหรือผู้ใช้แรงงานการแบ่งปันผลประโยชน์ตอบแทนจากการทำงานอย่างยุติธรรม · ผลตอบแทนที่สูงขึ้น · สภาพการทำงานที่ดีขึ้น · ความมั่นคงในการทำงาน · การพัฒนาทักษะและความสามารถ
ผู้บริโภคสินค้าและบริการในราคาถูก เพราะการเพิ่มผลผลิตช่วยทำให้ลดต้นทุนการผลิต · สินค้าและบริการคุณภาพสูงขึ้นและมีให้เลือกมากขึ้น เนื่องจากการยกระดับการเพิ่มผลผลิต ทำให้ผลผลิตที่ได้มาจากการแข่งขันกันทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ
ผู้ผลิตขยายรูปแบบการลงทุน ผลที่ตามมาคือมีสินค้าและบริการเสนอตลาดมากขึ้น · สร้างโอกาสในการทำงาน · ยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยี ซึ่งผลก็คือการปรับปรุงคุณภาพของสินค้า · ปรับปรุงสถานการณ์แข่งขันในตลาด
รัฐบาลจัดหาบริการสังคมให้มากขึ้นและดีกว่าเดิม · ดำเนินการตามโครงการพัฒนาต่างๆ อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น
ระดับชาติลดผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อ · มาตรฐานการครองชีพของประชาชนสูงขึ้น · ขยายและกระจายโอกาสจ้างงานมากขึ้น · ขจัดความขัดแย้งทางสังคม เพราะมีสินค้าและบริการไว้บริการประชาชนในระดับราคาที่ประชาชนทั่วไปสามารถจับจ่ายซื้อได้

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเพิ่มผลผลิตในระดับชาติ

ในระดับชาติ มีปัจจัย 3 ประการที่มีอิทธิพลต่อการเพิ่มผลผลิต คือ นโยบาย ทรัพยากร และค่านิยมทางสังคมและวัฒนธรรม

นโยบายของรัฐครอบคลุมถึงเป้าหมายของรัฐบาลในการเร่งรัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ตามด้วยความมั่นคง ความเป็นธรรม การจ้างงาน และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนในชาติ และการที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายดังกล่าว ก็จะต้องมีนโยบายส่งเสริมและกระทำอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของการวางแผนรวมและการสาธารณูปโภค ความคงที่ในเรื่องของราคา ฐานภาษี การส่งเสริมอุตสาหกรรมขนาดย่อม การเปลี่ยนแปลงแบบแผนความต้องการภายในประเทศ การทดแทนการนำเข้า การแข่งขัน ความเป็นธรรมและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความเจริญเติบโตและสภาพแวดล้อม

ทรัพยากรที่ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจรวมไปถึงคนและเงินด้วย ทรัพยากรทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหรือแบบของการจัดองค์การและการบริหาร ล้วนมีผลกระทบต่อการเพิ่มผลผลิตทั้งสิ้น ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรทางการเงิน ความสามารถในด้านเทคโนโลยี และการจัดองค์การและการบริหาร โดยทรัพยากรบุคคลคือความสามารถของกำลังคนในสังคม ซึ่งถูกกำหนดโดยขนาดของประชากร การรู้หนังสือ การศึกษาและทักษะ แรงงานด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมและทัศนคติ การเจริญเติบโตของประชากร การว่างงาน และสุขภาพอนามัยของประชาชน

วัฒนธรรมและค่านิยมทางสังคม รวมถึงจริยธรรมในการทำงานและทัศนคติของประชาชน ซึ่งมีผลมาจากวัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมในแต่ละประเทศ เช่น ค่านิยมส่วนบุคคล (Individual values) และทัศนคติซึ่งฝังตรึงติดแน่นอยู่ในจิตใจของคนในสังคม

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเพิ่มผลผลิตในระดับบริษัทหรือโรงงาน

ความสามารถของฝ่ายบริหารในการกระตุ้นจูงใจคน การสั่งการ และการควบคุมปัจจัยในการผลิตทั้งหมด รวมทั้งสมรรถนะและทัศนคติของคนงาน ความสามารถของบริษัทที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรภายนอก และการยอมรับเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ให้เหมาะกับทรัพยากร หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่จะส่งผลกระทบถึงการเพิ่มผลผลิต โดยสรุปได้แก่

  • การบริหาร
  • กำลังคน
  • สัมพันธภาพ
  • ปัจจัยเรื่องทุน
  • ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี
  • ปัจจัยภายนอกอื่นๆ

แนวทางการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตในหน่วยงาน

สำหรับหน่วยงาน องค์การ หรือบริษัท ที่ต้องการส่งเสริมหรือปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต และการดำเนินการจัดการเกี่ยวกับเรื่องการเพิ่มผลผลิต อาจจัดตั้งคณะทำงานขึ้นรับผิดชอบงานนี้ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้งานการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตของหน่วยงานนั้นประสบผลสำเร็จได้ ก็จะต้องประกอบด้วย

  • การสนับสนุนของฝ่ายบริหารระดับสูง คือ ผู้บริหารต้องให้การสนับสนุนทั้งในด้านการเงิน ขวัญกำลังใจ และเข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เพื่อการส่งเสริมและปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต
  • บรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมในงานที่เอื้ออำนวย จะเป็นสิ่งกระตุ้นให้ทุกคนในหน่วยงานเกิดความพยายามที่จะปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต สร้างสรรค์บรรยากาศให้พนักงานและคนงานมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน มีการอบรมพัฒนาบุคลากร เป็นต้น
  • ทุกคนในหน่วยงานหรือองค์การ ถือเป็นข้อตกลงร่วมกัน และมีส่วนร่วมช่วยกันในเรื่องของการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต
  • การปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตเป็นโครงการต่อเนื่องระยะยาว
  • สัมพันธภาพของพนักงานและฝ่ายบริหารต้องดี อันจะนำมาซึ่งความร่วมมือกันในการเร่งปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตในหน่วยงาน
  • การเพิ่มผลผลิตจะต้องมีการวัดและการประเมิน
  • การเพิ่มผลผลิตจะต้องมีการแบ่งปันอย่างยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

การปรับปรุงเร่งรัดการเพิ่มผลผลิตของแต่ละปัจจัยการผลิต

เป็นเรื่องที่ต้องร่วมกันหลายฝ่าย ในระดับโรงงานคือการรวมปัจจัยต่างๆ ในการผลิต ความคิดสร้างสรรค์ และการจัดการอย่างมีเหตุผลและหลักการของฝ่ายจัดการ ที่จะปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตของทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิต อาจทำการปรับปรุงโดยรวม หรือแยกไปตามแต่ละปัจจัยก็ได้

ปัจจัยการผลิตปรับปรุงได้โดย
การเพิ่มผลผลิตของแรงงาน (Labour Productivity)การกระตุ้นและจูงใจคนงาน (Worker Motivation) · การฝึกอบรมทักษะและพัฒนากำลังคน · การปรับปรุงสภาพการทำงานให้ดีขึ้น · การเพิ่มค่าจ้างและเงินเดือน · การปรับปรุงความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น · จัดหาเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม
การเพิ่มผลผลิตของทุน (Capital Productivity)ยกระดับของเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ให้สูงขึ้น · มีการบำรุงรักษาที่ดีและสม่ำเสมอ · พัฒนาทักษะของคนงานในการทำงานกับเครื่องจักร · มีอะไหล่และอุปกรณ์พร้อม · มีความสมดุลของเครื่องจักรและเครื่องมือ · มีวัตถุดิบที่จะใช้ในกระบวนการผลิตพร้อมเสมอ · มีความต้องการของสินค้าหรือผลิตผลเพียงพอ
การเพิ่มผลผลิตของที่ดิน (Land Productivity)ในพื้นที่ทางการเกษตร ปรับปรุงโดยการใช้การชลประทาน การใช้ปุ๋ย การเพาะปลูกพืชผลหลายพันธุ์ การใช้วิธีการและเทคนิคใหม่ทางการเกษตร และการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตรเข้าช่วย · สำหรับที่ดินที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์และอุตสาหกรรม ปรับปรุงโดยจัดการแบ่งเขตที่ดินเป็นเขตอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรมเขตส่งออก ปรับปรุงโครงสร้างแบบหลายชั้นเพื่อประหยัดเนื้อที่ และจัดการบริหารการขนส่งและคมนาคมให้ดีขึ้น
การเพิ่มผลผลิตของวัตถุดิบกำจัดการสูญเสียในทุกรูปแบบ · การคัดเลือกคุณภาพและเตรียมวัตถุดิบที่ดี · ต้องมั่นใจว่าได้คุณค่าสูงสุดแล้วจากทรัพยากรที่ใช้ไป และได้เพิ่มคุณค่าแก่ผลิตภัณฑ์แล้ว

การพัฒนาการเพิ่มผลผลิตของไทย

ประเทศไทยได้พัฒนาเศรษฐกิจมาเป็นลำดับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจัดได้ว่าได้รับความสำเร็จพอควร เราค่อยๆ พัฒนาจากประเทศกำลังพัฒนารายได้ปานกลางไปสู่ประเทศพัฒนาที่มีรายได้สูงขึ้น มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตราที่สูงทัดเทียมประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศ เศรษฐกิจการส่งออกก็เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งออกที่ผ่านมา ยังไม่ช่วยยกระดับรายได้และฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนใหญ่ให้ดีขึ้นได้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคลไม่เหมาะสม เช่น การใช้แรงงานอัตราต่ำ ตลอดจนการส่งออกยังต้องอาศัยต่างประเทศเป็นสำคัญ ความเป็นจริงดังกล่าวนี้ขัดต่อหลักการของการเพิ่มผลผลิต ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นและพยายามที่จะปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจสังคมและความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้ดีขึ้น

ประเทศไทยกำลังพัฒนาไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก และแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ ดังนั้นการเพิ่มผลผลิตจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นที่น่ายินดียิ่งว่า บัดนี้กระทรวงอุตสาหกรรมและคณะกรรมการเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ได้ประกาศทิศทางของการเพิ่มผลผลิตของประเทศไทยให้ประชาชน นักธุรกิจอุตสาหกรรมและข้าราชการ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการเพื่อการเพิ่มผลผลิต อันจะทำให้ความพยายามของทุกฝ่ายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันจะนำไปสู่เป้าหมายของการเพิ่มผลผลิต คือการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่ดี และความอยู่ดีกินดีของคนในชาติ

ทิศทางการเพิ่มผลผลิต

การเพิ่มผลผลิตเป็นความพยายามของมนุษย์ที่จะแสวงหาทางปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีกว่าอยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่อความอยู่ดีของตนและประชาชนในชาติ และบรรลุซึ่งความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศ อันเป็นเป้าหมายหลักของการเพิ่มผลผลิตระดับชาติ

  • ทุกคนต้องมีจิตสำนึกของการเพิ่มผลผลิต
  • ใช้ทรัพยากรบุคคล เวลา และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมีคุณค่าให้เกิดประโยชน์ระดับองค์การ
  • ยกระดับคุณภาพของทรัพยากรบุคคลทั้งในด้านทักษะและจิตสำนึกในการปรับปรุงเพิ่มผลผลิต
  • มุ่งพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ
  • เสริมสร้างสัมพันธภาพและความร่วมมืออันดีระหว่างฝ่ายบริหารและพนักงาน อันเป็นรากฐานที่มั่นคงของการเพิ่มผลผลิตในหน่วยงาน
  • จัดสรรผลประโยชน์จากการเพิ่มผลผลิตอย่างยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

การวัดการเพิ่มผลผลิตในองค์การ

การเพิ่มผลผลิตเป็นสิ่งที่ต้องการกระทำตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง เพราะการเพิ่มผลผลิตเป็นเครื่องมือที่จะทำให้องค์การสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการสูญเสียน้อยที่สุด ที่การผลิตที่เหมาะสมกับความต้องการ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความสูญเปล่าของทรัพยากร นั่นย่อมหมายถึงต้นทุนที่ต่ำลงและความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้น

การปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต (Productivity Improvement) เป็นกิจกรรมทางด้านการบริหารขององค์การที่จะต้องมีการวางแผนและปฏิบัติเป็นลำดับขั้น คือ การวัด (Productivity Measurement) การวิเคราะห์ (Productivity Analysis) การวางแผน (Productivity Planning) และการปรับปรุง (Productivity Improvement) ขั้นตอนข้างต้นนี้เรียกว่า วัฏจักรการเพิ่มผลผลิต P-I-M-A

วัฏจักรการเพิ่มผลผลิตสิ่งที่ทำในขั้นนี้
การวัด (Measurement)วัดสถานะปัจจุบันให้รู้ว่ายืนอยู่ตรงไหน ไม่มีการวัดก็บริหารการปรับปรุงไม่ได้
การวิเคราะห์ (Analysis)หาว่าความสูญเสียอยู่ที่ใด และเกิดจากอะไร
การวางแผน (Planning)กำหนดเป้าหมายและลำดับการปรับปรุง
การปรับปรุง (Improvement)ลงมือ แล้ววัดใหม่ วนกลับไปที่ขั้นแรก

นำไปใช้หน้างานอย่างไร

  1. เลือกตัวชี้วัดผลิตภาพที่ผูกกับปัจจัยที่ควบคุมได้จริงในสายการผลิต
  2. วัดทั้งเชิงกายภาพ เช่น ชิ้นต่อชั่วโมง และเชิงมูลค่า เช่น ต้นทุนต่อหน่วย
  3. ทบทวนวัฏจักร วัด–วิเคราะห์–วางแผน–ปรับปรุง เป็นรอบ ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ
  4. แบ่งปันผลของการปรับปรุงให้พนักงานเห็น เพื่อให้รอบถัดไปได้ความร่วมมือ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าใจว่าการเพิ่มผลผลิตคือการเพิ่มปริมาณการผลิต ทั้งที่การลดต้นทุนหรือลดความสูญเสียก็นับ
  • เพิ่มปริมาณการผลิตในขณะที่ตลาดไม่ต้องการ ซึ่งกลายเป็นผลเสียต่อองค์กร
  • วัดผลิตภาพของแรงงานอย่างเดียว โดยไม่ดูผลิตภาพของทุนและวัตถุดิบ

คำถามที่พบบ่อย

การเพิ่มผลผลิตต่างจากการเร่งงานอย่างไร

การเร่งงานเพิ่มภาระให้คนและเครื่องจักร แต่การเพิ่มผลผลิตคือการได้ผลมากขึ้นจากทรัพยากรเท่าเดิมด้วยวิธีที่ดีขึ้น ซึ่งมักลดภาระลงด้วยซ้ำ

เริ่มจากการตรวจประเมินหน้างานที่วัดได้จริง

การตรวจประเมินเบื้องต้น 3 Man-days จบด้วยรายงานความพร้อม จุดอ่อนที่ต้องแก้เร่งด่วน และแผนดำเนินการ TPM

ขอรับการตรวจประเมินโรงงาน รับหนังสือฟรี