การตรวจประเมินโรงงาน · TPM · OEE · Lean · Industry 4.0

TPM Consulting

TPM สำหรับโรงงานแบบลีน

TPM for Lean Factory หรือ Lean TPM หมายถึง TPM ที่มุ่งเน้นการบำรุงรักษา (การบริหาร) เครื่องจักรให้ช่วยส่งเสริมการกำจัด Waste ตามมุมมองของ Lean ขึ้นในกระบวนการผลิต

TPM for Lean Factory หรือ Lean TPM หมายถึง TPM ที่มุ่งเน้นการบำรุงรักษา (การบริหาร) เครื่องจักรให้ช่วยส่งเสริมการกำจัด Waste ตามมุมมองของ Lean ขึ้นในกระบวนการผลิต

TPM 7 Waste — เหตุผลในการทำ Lean TPM

  • การหยุดของเครื่องจักรที่เล็กน้อย ปานกลาง และยาวนาน
  • การตั้งเครื่องจักรหรือเปลี่ยนรุ่นการผลิตที่ใช้เวลานาน
  • การแก้ไขงาน การเกิดของเสีย ผลิตภัณฑ์ใช้งานไม่ได้ และอัตราการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบต่ำ
  • การหยุดเครื่องจักรเนื่องจากการวางแผน (หรือบริหารจัดการ)
  • การประยุกต์ใช้ 2ส ไม่สมบูรณ์
  • การผลิตมากเกินความจำเป็นเนื่องจากเครื่องจักรขนาดใหญ่
  • การปรับตั้งหรือลองเครื่องจักรในช่วงเริ่มการผลิตที่มีปัญหา

New 5S — 5ส ใหม่

คือ 5ส ที่เน้นผลลัพธ์ (เกิดการปรับปรุงสายการผลิต) มิใช่ 5ส ที่เน้นรูปแบบ (ทาสี ตีเส้น สวยงาม) โดย 5ส เชิงรูปแบบมักจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • พนักงานจะรู้สึกว่า 5ส ไม่มีประโยชน์
  • จะเป็น 5ส ที่ทุกคนต้องทำเหมือนๆ กัน ตามตัวอย่าง
  • จะเป็น 5ส ที่ตื่นตัวเฉพาะในช่วงของการรณรงค์เท่านั้น
  • พนักงานจะต่อต้าน

Instant Maintenance — การบำรุงรักษาแบบทันทีทันใดโดยเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า

การทำให้เครื่องจักรเสียเป็นศูนย์ เป็นความใฝ่ฝันของทุกองค์กร แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้การแก้ปัญหาหลายส่วน ทั้งทางเทคนิคและทางพฤติกรรม ดังนั้นเพื่อให้ทันกับปัญหาเครื่องจักรที่รุมเร้า การรอความสำเร็จเรื่องเครื่องจักรเสียเป็นศูนย์คงนานเกินไป “การบำรุงรักษาแบบทันทีทันใดโดยเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า” คือเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้การเสียของเครื่องจักรส่งผลให้น้อยที่สุด หรือกลับมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว

  • ศึกษาเงื่อนไขหรือข้อจำกัดในปัจจุบัน
  • สรุปปัญหาของแต่ละเครื่องจักรและสายการผลิต
  • วิเคราะห์กลไกการเกิดการหยุดเล็กน้อยและสาเหตุ
  • สร้างภาพความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ กลไก และสาเหตุ ให้เห็นชัดเจน
  • ติดตั้งระบบการบำรุงรักษาแบบทันทีทันใดโดยเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า
  • ส่งเสริมกิจกรรมการบำรุงรักษาด้วยตนเองของฝ่ายผลิต
  • จัดทำคู่มือการบำรุงรักษาแบบทันทีทันใดโดยเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า

SMED — การปรับปรุงการตั้งเครื่องจักรหรือเปลี่ยนรุ่นการผลิต

ลีน มองในมุมหนึ่งคือการผลิตแบบ Small Lot และมีความหลากหลายสูง ดังนั้นการตั้งเครื่องจักรหรือเปลี่ยนรุ่นการผลิตในจำนวนที่มากครั้ง จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การทำให้การตั้งเครื่องจักรหรือเปลี่ยนรุ่นการผลิตในแต่ละครั้งใช้เวลาน้อย เป็นเรื่องที่กระทำได้ โดยการปรับปรุงดังกล่าวมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ SMED (Single Minute Exchange of Die)

  • ศึกษาความสูญเสียจากการตั้งเครื่องจักรหรือเปลี่ยนรุ่นการผลิตในปัจจุบัน
  • ตั้งทีมรณรงค์ส่งเสริมการปรับปรุงการตั้งเครื่องจักรหรือเปลี่ยนรุ่นการผลิต
  • ลงสำรวจ ณ สายการผลิตและวิเคราะห์การปฏิบัติงาน (ขั้นตอนนี้คือกระบวนการ SMED)
  • ประยุกต์ใช้แนวคิดการกำจัดความสูญเสีย
  • ถ่ายทอดแผนการปรับปรุง
  • ปฏิบัติการปรับปรุง
  • ประเมินและขยายผลไปยังพื้นที่อื่น

Process Razing / Re-design / Re-layout — การปรับปรุง ออกแบบ และวางผังกระบวนการใหม่

การหยุดของเครื่องจักรเนื่องจากการวางแผนหรือบริหารจัดการ เป็นการหยุดเครื่องจักรในกระบวนการผลิตที่ทำให้การใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครื่องจักรไม่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจจะมากกว่าตามมา เช่น เครื่องจักรเสีย ผลิตมากเกินไป เป็นต้น

การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการวางผังโรงงานและการปรับปรุงใหม่ อาศัยหลักการกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product Family) ใช้เครื่องจักรชุดเดียวกัน (Process Layout) ทั้งนี้เพื่อการใช้ประโยชน์ของเครื่องจักรสูงสุดโดยไม่ทำให้เกิด Waste โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Overproduction และ Planned Downtime

  • พิจารณาความสูญเสียที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางทุกอย่างที่กำลังดำเนินไปตามแผน ด้วยแผนภูมิการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และปริมาณ (P-Q analysis chart) · การวิเคราะห์เส้นทางกระบวนการผลิต (Process path analysis) · แผนภูมิการไหล (Flowchart) · แผนภูมิกระบวนการประกอบ (Assembly process chart)
  • รวบรวมและหาทางกำจัดความสูญเสียที่ปรากฏชัด
  • หาสาเหตุว่า ทำไมทุกอย่างที่เป็นไปตามแผน จึงเกิดความสูญเสียเช่นนี้
  • พิจารณาความสูญเสียทั้ง 7 ว่าอะไรทำให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารการผลิต
  • ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง
  • จัดทำ Standard Work
  • วัดผลการปรับปรุงและดำเนินการแก้ไข

Standard Work — งานมาตรฐาน

หลังจากที่เราได้สายการผลิตใหม่ ต้องระลึกไว้เสมอว่า เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการใช้คนให้คุ้ม ใช้เครื่องมือให้คุ้ม ใช้เครื่องจักรให้คุ้ม (ในรูปของการไม่ยอมให้ว่างเว้นจากการผลิต) คุณจะต้องพบกับสายการผลิตที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย และเพื่อที่จะหลีกเลี่ยง คุณต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นมาตรฐาน ได้แก่ ขั้นตอนการทำงาน เวลาต่อรอบ (Cycle time) และปริมาณที่ห้ามเกิน (จำนวนการคงคลัง) ซึ่งทั้งหมดเราเรียกว่า “งานมาตรฐาน”

และเพื่อให้งานมาตรฐานมีความสมบูรณ์ จำต้องมีสี่สิ่งต่อไปนี้

  • ตารางกำลังการผลิตของกระบวนการ (Table of Process Capacity)
  • เอกสารระบุเวลางานมาตรฐานของคนและเครื่องจักร (Standard Work Combination Sheet)
  • เอกสารระบุขั้นตอนการปฏิบัติและปริมาณงานมาตรฐาน (Standard Work Sheet)
  • เอกสารการสอนงานเพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามงานมาตรฐาน (Standard Work Instruction Sheet)

Process Variation Minimization — การลดความผันแปรในกระบวนการ

ปัญหาจำนวนมากเกี่ยวกับการเสียของเครื่องจักรและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เกี่ยวโยงกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในกระบวนการและกรรมวิธีการผลิต ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเงื่อนไขในการทำงานแตกต่างมากมายตามความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เครื่องจักรของเราจะพบกับความยุ่งยากในการรักษามาตรฐาน

ในทางกลับกัน ถ้ากระบวนการของเราถูกกำหนดให้ใช้วัสดุเพียงชนิดเดียว ทำงานภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้อย่างดีและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าเกิดความผันแปรขึ้นในกระบวนการ ดังนั้นหากสามารถลดความผันแปรในกระบวนการได้ การเสียของเครื่องจักรและของเสียย่อมลดลง เทคนิคหนึ่งที่นำมาใช้ คือ การหาเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดในกระบวนการ (Process Optimization) ด้วยการออกแบบการทดลอง (Design of Experiment)

Effective Daily Maintenance — การบำรุงรักษาประจำวันที่มีประสิทธิผล

เครื่องจักรในปัจจุบันมีความเร็วและความเป็นอัตโนมัติเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องจักรเหล่านั้นมีอัตราการเดินเครื่อง (Availability) เพิ่มขึ้นด้วย แต่ก็ยังพบความจริงอยู่เสมอว่า ยังมีเครื่องจักรที่ทันสมัย ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ แต่อัตราการเดินเครื่องยังต่ำอยู่ ทั้งนี้เพราะเกิดการหยุดเล็กน้อยและลุกลามไปถึงปานกลางและยาวนานตามลำดับ โดยที่เราไม่สามารถตรวจจับสิ่งบอกเหตุต่างๆ ได้ก่อนเลย “การบำรุงรักษาประจำวันที่มีประสิทธิผล” คือสิ่งที่ดีที่สุดในการตรวจจับความผิดปกติให้พบตั้งแต่เนิ่นๆ

  • สรุปปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละสถานีงาน
  • วิเคราะห์กลไกการเกิดความเสียหาย
  • ปฏิบัติตามวิธีการที่คิดว่าสามารถกำจัดสาเหตุที่แท้จริงได้
  • ติดป้ายบ่งชี้การตรวจสอบประจำวันที่ตัวอุปกรณ์
  • แบ่งชิ้นส่วนหรืออะไหล่ออกเป็นสามกลุ่ม (ABC Analysis)
  • จัดการกับการคงคลังชิ้นส่วนอะไหล่
  • ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจสอบหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน
  • หาสาเหตุที่แท้จริงของการแตกหัก เสียหาย หรือชำรุดทรุดโทรมก่อนเวลาอันควรของชิ้นส่วน
  • อบรมการบำรุงรักษาประจำวันให้กับพนักงานอย่างทั่วถึง

เริ่มจากการตรวจประเมินหน้างานที่วัดได้จริง

การตรวจประเมินเบื้องต้น 3 Man-days จบด้วยรายงานความพร้อม จุดอ่อนที่ต้องแก้เร่งด่วน และแผนดำเนินการ TPM

ขอรับการตรวจประเมินโรงงาน รับหนังสือฟรี