กิจกรรมเพื่อให้พนักงานผู้ใช้เครื่องสามารถดูแลเครื่องจักรของตนเองได้ อันเป็นเสาหลักสำคัญของ TPM
จำนวนวันดำเนินการ
3 Man-days
เสานี้เปลี่ยนบทบาทของผู้ใช้เครื่องจาก ผู้เดินเครื่อง เป็น ผู้ดูแลเครื่อง เริ่มจากการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ซึ่งความจริงแล้วคือการตรวจสอบ เพราะเมื่อได้เอามือสัมผัสเครื่องจักรทั้งตัวเป็นครั้งแรก ผู้ใช้เครื่องจะพบน็อตที่หลวม รอยรั่ว และร่องรอยการสึกหรอที่ไม่เคยมีใครเห็น
จากนั้นจึงเดินตามลำดับ CLAIR คือทำความสะอาด หล่อลื่น ปรับตั้ง ตรวจสอบ และซ่อมแซมเบื้องต้น พร้อมกับแก้แหล่งกำเนิดสิ่งสกปรกและจุดที่เข้าถึงยาก เพื่อไม่ให้งานทำความสะอาดกลายเป็นภาระถาวร ฝ่ายซ่อมบำรุงเข้ามาในฐานะพี่เลี้ยงที่สอนงาน ไม่ใช่ผู้ตรวจจับความผิด
สิ่งที่ทำในขั้นนี้
- การสร้างจิตสำนึกในความเป็นเจ้าของเครื่องจักรของพนักงาน
- แนวคิด ความสำคัญ และภาพรวมของการดำเนินการ TPM
- การทำความสะอาด การหล่อลื่น การปรับแต่ง การตรวจสอบ และการซ่อมแซมเบื้องต้น (CLAIR : Cleaning, Lubrication, Adjusting, Inspecting and Repair)
- 5ส และการประยุกต์ใช้
- กิจกรรมกลุ่มย่อยเพื่อการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ (Equipment improvement team)
- การทำงานร่วมกับฝ่ายซ่อมบำรุงในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Cross-functional team)
ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ
การสำรวจเชิงลึกในเครื่องจักรของตนเอง ความเข้าใจโครงสร้างและหลักการทำงานของเครื่องจักร ทักษะการทำงานเป็นทีม
- การสำรวจเชิงลึกในเครื่องจักรของตนเอง (Machine in-depth observation)
- ความเข้าใจในโครงสร้างและหลักการทำงานของเครื่องจักร
- ความสามารถในการปกป้องและดูแลเครื่องจักรของตนเอง
- ทักษะในการทำงานเป็นทีม
การบำรุงรักษาด้วยตนเองหมายถึงอะไร
คำนี้มีความหมายสองชั้นที่ต่างกัน ชั้นแรกคือการป้องกันไม่ให้เครื่องจักรของตนเองเสีย ได้แก่การตรวจสอบประจำวัน การหล่อลื่น การปรับตั้งเล็กน้อย และการซ่อมแซมเบื้องต้นที่ทำได้เอง ชั้นที่สองคือการเพิ่มความชำนาญของผู้ใช้เครื่องที่มีต่อเครื่องจักรของตนเอง ซึ่งเป็นชั้นที่โรงงานส่วนใหญ่มองข้าม
เหตุผลที่งานนี้ต้องเป็นของผู้ใช้เครื่อง ไม่ใช่ของฝ่ายซ่อมบำรุง เพราะไม่มีใครอยู่กับเครื่องจักรนานเท่าผู้ใช้เครื่อง ไม่มีใครได้ยินเสียงที่เปลี่ยนไปก่อนเขา และไม่มีใครได้รับผลกระทบจากการที่เครื่องเสียมากเท่าเขา ช่างซ่อมบำรุงเดินผ่านเครื่องนั้นวันละครั้ง ส่วนผู้ใช้เครื่องอยู่กับมันทั้งกะ
ความสามารถที่ต้องสร้างขึ้นจึงมีสี่ระดับ คือมองเห็นความผิดปกติได้ ตรวจสอบตามมาตรฐานได้ แก้ไขความผิดปกติเล็กน้อยได้ด้วยตนเอง และเข้าใจมากพอที่จะบอกได้ว่าเรื่องใดต้องเรียกช่าง ระดับสุดท้ายสำคัญไม่แพ้ระดับแรก เพราะการซ่อมเกินความสามารถสร้างความเสียหายมากกว่าการไม่ซ่อม
นำไปใช้หน้างานอย่างไร
- เลือกเครื่องจักรวิกฤต 1–2 เครื่องเป็นจุดเริ่ม
- ให้เวลาผู้ใช้เครื่องทำ CLAIR ในกะจริง ไม่ใช่ให้ทำนอกเวลา
- ตรวจประเมินทีละขั้นก่อนขึ้นขั้นถัดไป
- ให้ฝ่ายซ่อมบำรุงเป็นพี่เลี้ยง ไม่ใช่ผู้ตรวจจับความผิด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ลดทอน AM เหลือเพียงกิจกรรมทำความสะอาด
- ข้ามขั้นตอนเพื่อให้ทันกำหนดของผู้บริหาร
- ไม่แก้แหล่งกำเนิดสิ่งสกปรก ทำให้ต้องทำความสะอาดซ้ำไม่รู้จบ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ใช้เครื่องจะมีเวลาทำ AM หรือ
ช่วงแรกต้องจัดเวลาให้ชัดเจน แต่เมื่อสภาพเครื่องดีขึ้น เวลาที่เคยเสียไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะลดลงจนคุ้มกัน