การตรวจประเมินโรงงาน · TPM · OEE · Lean · Industry 4.0

TPM Consulting

Autonomous Maintenance

กิจกรรมเพื่อให้พนักงานผู้ใช้เครื่องสามารถดูแลเครื่องจักรของตนเองได้ อันเป็นเสาหลักสำคัญของ TPM

กิจกรรมเพื่อให้พนักงานผู้ใช้เครื่องสามารถดูแลเครื่องจักรของตนเองได้ อันเป็นเสาหลักสำคัญของ TPM

จำนวนวันดำเนินการ

3 Man-days

เสานี้เปลี่ยนบทบาทของผู้ใช้เครื่องจาก ผู้เดินเครื่อง เป็น ผู้ดูแลเครื่อง เริ่มจากการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ซึ่งความจริงแล้วคือการตรวจสอบ เพราะเมื่อได้เอามือสัมผัสเครื่องจักรทั้งตัวเป็นครั้งแรก ผู้ใช้เครื่องจะพบน็อตที่หลวม รอยรั่ว และร่องรอยการสึกหรอที่ไม่เคยมีใครเห็น

จากนั้นจึงเดินตามลำดับ CLAIR คือทำความสะอาด หล่อลื่น ปรับตั้ง ตรวจสอบ และซ่อมแซมเบื้องต้น พร้อมกับแก้แหล่งกำเนิดสิ่งสกปรกและจุดที่เข้าถึงยาก เพื่อไม่ให้งานทำความสะอาดกลายเป็นภาระถาวร ฝ่ายซ่อมบำรุงเข้ามาในฐานะพี่เลี้ยงที่สอนงาน ไม่ใช่ผู้ตรวจจับความผิด

สิ่งที่ทำในขั้นนี้

  • การสร้างจิตสำนึกในความเป็นเจ้าของเครื่องจักรของพนักงาน
  • แนวคิด ความสำคัญ และภาพรวมของการดำเนินการ TPM
  • การทำความสะอาด การหล่อลื่น การปรับแต่ง การตรวจสอบ และการซ่อมแซมเบื้องต้น (CLAIR : Cleaning, Lubrication, Adjusting, Inspecting and Repair)
  • 5ส และการประยุกต์ใช้
  • กิจกรรมกลุ่มย่อยเพื่อการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ (Equipment improvement team)
  • การทำงานร่วมกับฝ่ายซ่อมบำรุงในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Cross-functional team)

ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ

การสำรวจเชิงลึกในเครื่องจักรของตนเอง ความเข้าใจโครงสร้างและหลักการทำงานของเครื่องจักร ทักษะการทำงานเป็นทีม

  • การสำรวจเชิงลึกในเครื่องจักรของตนเอง (Machine in-depth observation)
  • ความเข้าใจในโครงสร้างและหลักการทำงานของเครื่องจักร
  • ความสามารถในการปกป้องและดูแลเครื่องจักรของตนเอง
  • ทักษะในการทำงานเป็นทีม

การบำรุงรักษาด้วยตนเองหมายถึงอะไร

คำนี้มีความหมายสองชั้นที่ต่างกัน ชั้นแรกคือการป้องกันไม่ให้เครื่องจักรของตนเองเสีย ได้แก่การตรวจสอบประจำวัน การหล่อลื่น การปรับตั้งเล็กน้อย และการซ่อมแซมเบื้องต้นที่ทำได้เอง ชั้นที่สองคือการเพิ่มความชำนาญของผู้ใช้เครื่องที่มีต่อเครื่องจักรของตนเอง ซึ่งเป็นชั้นที่โรงงานส่วนใหญ่มองข้าม

เหตุผลที่งานนี้ต้องเป็นของผู้ใช้เครื่อง ไม่ใช่ของฝ่ายซ่อมบำรุง เพราะไม่มีใครอยู่กับเครื่องจักรนานเท่าผู้ใช้เครื่อง ไม่มีใครได้ยินเสียงที่เปลี่ยนไปก่อนเขา และไม่มีใครได้รับผลกระทบจากการที่เครื่องเสียมากเท่าเขา ช่างซ่อมบำรุงเดินผ่านเครื่องนั้นวันละครั้ง ส่วนผู้ใช้เครื่องอยู่กับมันทั้งกะ

ความสามารถที่ต้องสร้างขึ้นจึงมีสี่ระดับ คือมองเห็นความผิดปกติได้ ตรวจสอบตามมาตรฐานได้ แก้ไขความผิดปกติเล็กน้อยได้ด้วยตนเอง และเข้าใจมากพอที่จะบอกได้ว่าเรื่องใดต้องเรียกช่าง ระดับสุดท้ายสำคัญไม่แพ้ระดับแรก เพราะการซ่อมเกินความสามารถสร้างความเสียหายมากกว่าการไม่ซ่อม

นำไปใช้หน้างานอย่างไร

  1. เลือกเครื่องจักรวิกฤต 1–2 เครื่องเป็นจุดเริ่ม
  2. ให้เวลาผู้ใช้เครื่องทำ CLAIR ในกะจริง ไม่ใช่ให้ทำนอกเวลา
  3. ตรวจประเมินทีละขั้นก่อนขึ้นขั้นถัดไป
  4. ให้ฝ่ายซ่อมบำรุงเป็นพี่เลี้ยง ไม่ใช่ผู้ตรวจจับความผิด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ลดทอน AM เหลือเพียงกิจกรรมทำความสะอาด
  • ข้ามขั้นตอนเพื่อให้ทันกำหนดของผู้บริหาร
  • ไม่แก้แหล่งกำเนิดสิ่งสกปรก ทำให้ต้องทำความสะอาดซ้ำไม่รู้จบ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ใช้เครื่องจะมีเวลาทำ AM หรือ

ช่วงแรกต้องจัดเวลาให้ชัดเจน แต่เมื่อสภาพเครื่องดีขึ้น เวลาที่เคยเสียไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะลดลงจนคุ้มกัน

เริ่มจากการตรวจประเมินหน้างานที่วัดได้จริง

การตรวจประเมินเบื้องต้น 3 Man-days จบด้วยรายงานความพร้อม จุดอ่อนที่ต้องแก้เร่งด่วน และแผนดำเนินการ TPM

ขอรับการตรวจประเมินโรงงาน สอบถามหนังสือฉบับเต็ม 384 หน้า