TPM หรือการบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม คือปรัชญา (Philosophy) หรือเครื่องมือ (Tool) ในการบริหารการผลิต ขึ้นอยู่กับลักษณะและขอบเขตของการนำไปใช้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ขององค์กร (Company Performance) ซึ่งแสดงออกในรูปของคุณภาพของสินค้า การลดและควบคุมต้นทุน การส่งมอบที่ตรงเวลา และการส่งเสริมความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
เครื่องจักรเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ต้นทุนต่ำ และส่งมอบได้ตรงเวลา แต่การบริหารประสิทธิผลของเครื่องจักรมักมีอุปสรรคที่การปฏิบัติงาน ความร่วมมือ และการประสานงานของฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายผลิต หรือฝ่ายซ่อมบำรุง จนเกิดเป็นแนวคิด TPM ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และนำพาผู้ผลิตญี่ปุ่นหลายรายสู่การผลิตระดับโลก
TPM เป็นปรัชญา ไม่ใช่โครงการที่มีวันจบ
คำว่า TPM ถูกใช้ในสองความหมายที่ต่างกันมาก ความหมายแรกคือเครื่องมือบริหารการผลิตชุดหนึ่ง มีแบบฟอร์ม มีบอร์ด มีการประชุม ความหมายที่สองคือปรัชญาในการมองเครื่องจักรและคนที่ใช้เครื่องจักร โรงงานที่รับเอาความหมายแรกไปมักได้ระบบเอกสารที่ครบถ้วนภายในหนึ่งปี แล้วเลิกทำไปในปีที่สอง โรงงานที่รับเอาความหมายที่สองไปจะเปลี่ยนวิธีคิดของคนหน้างานอย่างถาวร
เป้าหมายสูงสุดของ TPM เขียนไว้สั้นมาก คือ เครื่องจักรเสียเป็นศูนย์ ของเสียเป็นศูนย์ และอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ตัวเลขศูนย์ทั้งสามตัวนี้ไม่ได้มีไว้ให้ไปถึง แต่มีไว้เพื่อกำหนดทิศทาง เมื่อไรที่โรงงานตั้งเป้าไว้ที่ ลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ การตัดสินใจทุกครั้งจะหยุดที่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าตั้งไว้ที่ศูนย์ คำถามจะเปลี่ยนไปเป็น อะไรทำให้มันเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรก
เครื่องจักรคือปัจจัยที่ถูกบริหารน้อยที่สุด
โรงงานทุกแห่งบริหารคน บริหารวัตถุดิบ และบริหารต้นทุนอย่างจริงจัง มีตัวเลข มีผู้รับผิดชอบ มีการประชุมประจำเดือน แต่การบริหารประสิทธิผลของเครื่องจักรมักถูกมองข้าม เพราะเครื่องจักรยังเดินอยู่ก็ถือว่าใช้ได้ ทั้งที่มันอาจเดินช้ากว่าที่ออกแบบไว้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์มาตลอดสามปี
ความสูญเสียที่เกิดจากเครื่องจักรจึงเป็นความสูญเสียที่มองไม่เห็นในงบการเงิน ความสูญเสียนี้ไม่ปรากฏเป็นรายการค่าใช้จ่าย แต่ปรากฏเป็นกำลังการผลิตที่หายไป เป็นค่าล่วงเวลาที่ต้องจ่ายเพื่อไล่ให้ทันแผน และเป็นการลงทุนซื้อเครื่องใหม่ทั้งที่เครื่องเดิมยังไม่ได้ถูกใช้เต็มความสามารถ TPM เริ่มต้นจากการทำให้ความสูญเสียนี้มองเห็นได้ก่อน แล้วจึงค่อยแก้
สองเฟส: ทำให้สำเร็จในส่วนผลิตก่อน
TPM แบ่งการดำเนินการเป็นสองเฟสที่ต้องเรียงกัน เฟสแรกคือ Production TPM ทำเฉพาะในส่วนผลิต มีห้าเสาหลัก และมีเป้าหมายคือศูนย์ทั้งสาม เมื่อเฟสแรกได้ผลจริง จึงขยายไปสู่ Company-wide TPM ซึ่งเพิ่มอีกสามเสาและครอบคลุมทุกหน่วยงานในบริษัท รวมถึงสำนักงาน ฝ่ายขาย และฝ่ายจัดซื้อ
ลำดับนี้สำคัญกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด โรงงานที่ประกาศทำ TPM ทั้งบริษัทตั้งแต่วันแรก มักจบลงด้วยการที่ทุกฝ่ายมีบอร์ด TPM ติดผนัง แต่ไม่มีฝ่ายไหนลดความสูญเสียได้จริง เพราะยังไม่มีใครเคยเห็นตัวอย่างความสำเร็จที่จับต้องได้ในส่วนผลิตให้เลียนแบบ
แปดเสาหลักของ TPM
- การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง (Individual Improvement)
- การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (Autonomous Maintenance)
- การบำรุงรักษาตามแผน (Planned Maintenance)
- การศึกษาและฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะการทำงานและการบำรุงรักษา (Operation and Maintenance Development)
- การคำนึงถึงการบำรุงรักษาตั้งแต่ขั้นการออกแบบ (Initial Phase Management)
- ระบบการบำรุงรักษาเพื่อคุณภาพ (Quality Maintenance)
- ระบบการทำงานของฝ่ายบริหารที่ตระหนักถึงประสิทธิภาพการผลิต หรือเรียกว่า TPM ในสำนักงาน (TPM in Office)
- ระบบชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมภายในโรงงาน (Safety, Hygiene and Working Environment)
แม้ว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ของ TPM จะต้องปฏิบัติโดยฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุง แต่ก็เป็นความคิดที่ผิดถ้าจะให้ทั้งสองฝ่ายดังกล่าวทำกิจกรรมทั้งหมด เสาหลักของ TPM ควรจะมีการดำเนินการในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อยที่มีสมาชิกมาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตามลักษณะของเสาหลักนั้นๆ
เสาหลัก อธิบายอย่างที่ใช้จริง
เสาหลักในส่วนผลิตมีห้าต้น เสาแรกคือการปรับปรุงเฉพาะเรื่อง ทีมข้ามสายงานเลือกความสูญเสียที่วัดเป็นตัวเลขได้แล้วโจมตีจนหมด นี่คือเครื่องยนต์ของทั้งระบบ เสาที่สองคือการบำรุงรักษาด้วยตนเอง ผู้ใช้เครื่องดูแลสภาพพื้นฐานของเครื่องจักรเอง ทำความสะอาด หล่อลื่น ปรับตั้ง ตรวจสอบ และซ่อมเล็กน้อย เสาที่สามคือการบำรุงรักษาตามแผน ฝ่ายซ่อมบำรุงเปลี่ยนจากงานเชิงรับเป็นงานตามแผนตามความวิกฤตของเครื่อง
เสาที่สี่คือการพัฒนาทักษะ ทั้งของผู้ใช้เครื่องและของช่างซ่อมบำรุง ใช้แผนที่ทักษะรายบุคคลต่อเครื่องจักรเป็นเครื่องมือหลัก และเสาที่ห้าคือการบริหารในระยะเริ่มต้น คือการนำสิ่งที่เรียนรู้จากเครื่องเดิมไปกำหนดข้อกำหนดของเครื่องใหม่ ก่อนที่จะสั่งซื้อ ไม่ใช่หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว
เมื่อขยายเป็นแปดเสา จะเพิ่มการบำรุงรักษาเพื่อคุณภาพ ซึ่งเชื่อมของเสียแต่ละชนิดกลับไปยังเงื่อนไขของเครื่องจักรที่ทำให้เกิด การปรับปรุงงานสำนักงาน ซึ่งจัดการกับงานเอกสารที่ทำให้การผลิตต้องรอ และเสาความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่เสาที่ทำทีหลัง แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก
เสาทั้งแปดจัดกลุ่มกันอย่างไร
ในเสาหลักที่ 1, 2 และ 3 เป็นเสาหลักที่ต้องดำเนินการให้เกิด TPM ในส่วนผลิต โดยก่อนเริ่มดำเนินการและขณะดำเนินการต้องมีการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นหน้าที่ในเสาหลักที่ 4 ส่วนเสาหลักที่ 5 ถือเป็นขั้นสูงของ TPM ในส่วนผลิต เนื่องจากเป็นการปลูกฝังการบำรุงรักษาให้ติดไปกับตัวเครื่องจักรอุปกรณ์ วัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต วิธีการทำงาน รวมถึงการออกแบบและวางผังโรงงานหรือกระบวนการ สำหรับในเสาหลักที่ 6, 7 และ 8 เป็นเสาหลักที่ดำเนินการเพื่อขยาย TPM จากส่วนผลิตไปสู่ TPM ทั่วทั้งองค์การ
แม้ว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ของ TPM จะต้องปฏิบัติโดยฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุง แต่ก็เป็นความคิดที่ผิดถ้าจะให้ทั้งสองฝ่ายดังกล่าวทำกิจกรรมทั้งหมด เสาหลักของ TPM ควรจะมีการดำเนินการในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อยที่มีสมาชิกมาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตามลักษณะของเสาหลักนั้นๆ
สิบสองขั้นตอน ใน 4 ระยะ
การดำเนินการ TPM มีสิบสองขั้นตอนมาตรฐาน แบ่งเป็นสี่ระยะ ระยะเตรียมการ เริ่มจากผู้บริหารสูงสุดประกาศนโยบายด้วยตนเอง ให้ความรู้แก่พนักงานทุกระดับ ตั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน กำหนดนโยบายและเป้าหมายที่วัดได้ แล้วจัดทำแผนแม่บท ระยะนี้ใช้เวลานานที่สุดและถูกเร่งบ่อยที่สุด
ระยะเริ่มดำเนินการคือพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ใช่พิธีการเปล่าๆ แต่เป็นการที่ทุกคนในโรงงานได้ยินเรื่องเดียวกันในเวลาเดียวกัน จากนั้นคือระยะดำเนินการ ซึ่งเป็นการทำงานจริงตามเสาหลักทั้งหมด และปิดท้ายด้วยระยะยกระดับ คือการตรวจประเมิน การรับรอง และการตั้งเป้าหมายชุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม
กิจกรรมกลุ่มย่อยที่ซ้อนกัน
โครงสร้างที่ทำให้ TPM เดินได้จริงคือกิจกรรมกลุ่มย่อยที่ซ้อนกันเป็นชั้น หัวหน้ากลุ่มในระดับหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มในระดับที่สูงกว่า ผลก็คือเป้าหมายจากผู้บริหารไหลลงถึงหน้างานโดยไม่ตกหล่น และปัญหาจากหน้างานไหลขึ้นถึงผู้บริหารโดยไม่ถูกกรองทิ้งกลางทาง
โรงงานที่ตั้งกลุ่มย่อยแบบขนานกัน ไม่ซ้อนกัน จะพบว่าแต่ละกลุ่มทำงานหนักในทิศทางของตัวเอง และไม่มีใครรู้ว่าผลรวมของทั้งหมดพาโรงงานไปทางไหน
ทำไม TPM ถึงล้มเหลว
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือผู้บริหารมอบหมายให้ฝ่ายซ่อมบำรุงเป็นเจ้าของ TPM ทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนั้น ฝ่ายผลิตจะมองว่านี่คืองานของอีกฝ่าย และการบำรุงรักษาด้วยตนเองจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะคนที่ต้องทำคือผู้ใช้เครื่อง ซึ่งอยู่ในฝ่ายผลิต
สาเหตุรองลงมาคือการวัดผลที่ไม่ต่อเนื่อง โรงงานเก็บข้อมูล OEE อย่างเข้มข้นในสามเดือนแรก แล้วปล่อยให้ขาดหายไปในเดือนที่สี่ เมื่อไม่มีข้อมูล การประชุมจะเหลือเพียงการรายงานตามความรู้สึก และเมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้ที่มีภาระงานมากที่สุดจะเป็นกลุ่มแรกที่เลิกเข้าประชุม
สาเหตุที่สามคือการคาดหวังผลเร็วเกินไป การฟื้นฟูสภาพพื้นฐานของเครื่องจักรที่ถูกละเลยมาสิบปี ใช้เวลาเป็นเดือน ไม่ใช่เป็นสัปดาห์ และในช่วงแรกตัวเลขอาจแย่ลงก่อน เพราะความผิดปกติที่เคยซ่อนอยู่ถูกทำให้มองเห็นและถูกบันทึกเป็นครั้งแรก
เป้าหมายของการทำ TPM
การพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์ ก็คือการระดมให้ทุกคนมีส่วนร่วมเพื่อก่อให้เกิด ประสิทธิผลสูงสุดของเครื่องจักรอุปกรณ์ (Equipment Effectiveness) ความไว้วางใจได้ในตัวเครื่องจักร (Reliability) คุณภาพของชิ้นงาน (Product Quality) การเพิ่มผลผลิตของเครื่องจักร (Machine Productivity) และความสามารถในการใช้เครื่องจักรให้ได้ตลอดอายุการใช้งาน (Total Service Life)
การพัฒนาคน คือการให้ฝ่ายต่างๆ สามารถรับผิดชอบงานของตนเองใน TPM ได้
- ผู้ใช้เครื่องสามารถบำรุงรักษาเครื่องจักรด้วยตนเอง (Autonomous Maintenance)
- ฝ่ายผลิตสามารถลดความสูญเสียที่เกิดจากเครื่องจักรได้ (Individual Machine Improvement)
- ฝ่ายซ่อมบำรุงสามารถบำรุงรักษาเครื่องจักรตามแผนได้ (Planned Maintenance)
- ฝ่ายออกแบบวิจัยและพัฒนา มีการออกแบบ วิจัย และพัฒนาสิ่งต่างๆ โดยคำนึงถึงการบำรุงรักษาตั้งแต่แรก (Initial Phase Management)
- ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Group Activity)
การพัฒนาองค์การ
จากการพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์และการพัฒนาคนดังกล่าว ทำให้เกิดการพัฒนาองค์การในรูปของ การปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต (Productivity Improvement) การปรับปรุงคุณภาพ (Quality Improvement) การลดต้นทุน (Cost Reduction) การส่งมอบที่ตรงเวลา (Delivery) ความปลอดภัย (Safety) ขวัญกำลังใจของพนักงาน (Morale) และการรักษาสิ่งแวดล้อม (Environment)
การทำให้ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรสูงสุดด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับเครื่องจักร เปรียบเสมือนหนึ่งว่าตนเองเป็นเจ้าของเครื่อง คือเป้าหมายของ TPM และการพัฒนาคนให้รู้จักทำงานเป็นทีมก็คือการก้าวเดินไปสู่จุดหมายของ TPM
ดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการปฏิบัติ
ดัชนีวัดความสำเร็จในการปฏิบัติ แบ่งตามระดับโรงงาน ระดับฝ่าย ระดับแผนก และระดับกลุ่ม AM ตามลำดับ
| ระดับ | ดัชนีชี้วัด |
|---|---|
| ระดับโรงงาน | ต้นทุนการผลิต · ต้นทุนทางด้านแรงงาน · การเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ · อัตราการเพิ่มผลผลิตของแรงงาน · งานระหว่างกระบวนการ · จำนวนลูกค้าร้องเรียน · จำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ |
| ระดับฝ่าย | ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE) · อัตราการเพิ่มผลผลิตของเวลา · อัตราการเพิ่มผลผลิตของแรงงาน · ต้นทุนการผลิต · ต้นทุนเครื่องมือตัด · ค่าใช้จ่ายทางด้านวัสดุ · ค่าทำงานล่วงเวลา · การประหยัดแรงงาน · จำนวนลูกค้าร้องเรียน · ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา · ค่าใช้จ่ายในจิกซ์และฟิกเจอร์ · ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน · การเกิดอุบัติเหตุ · ผลจากการปรับปรุงเฉพาะเรื่อง · อัตราการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบ · จำนวนข้อเสนอแนะ |
| ระดับแผนก | จำนวนการหยุดของเครื่องจักร · การลดเวลาตั้งเครื่องจักร · จำนวนเครื่องจักรเสีย · จำนวนการเปลี่ยนเครื่องมือตัด · ช่วงเวลาเริ่มเดินเครื่อง (Start-up) · จำนวนครั้งการหยุดเล็กน้อย · จำนวนครั้งการเสียความเร็ว · จำนวนของเสีย · การใช้เวลาในการผลิตลดลง · การเพิ่มความเร็วในการผลิต · อัตราส่วนของดี · การประหยัดแรงงาน · การลดจำนวนชั่วโมงแรงงาน · จำนวนข้อเสนอแนะ |
| ระดับกลุ่ม AM | การลดเวลาทำความสะอาด · การลดเวลาตรวจสอบและหล่อลื่น · การลดปริมาณการเติมน้ำมัน · จำนวนจุดที่ปรับปรุง · จำนวนจุดผิดปกติที่พบ · จำนวนครั้งที่หาสาเหตุพบ · การลดจำนวนเครื่องหยุดเล็กน้อย · การลดเวลาตั้งเครื่อง · การลดเวลาในการเปลี่ยนเครื่องมือ |
ดัชนีชี้วัดสมรรถนะขององค์การ
หน่วยวัดผลทางด้านการผลิต คุณภาพ ต้นทุน การส่งมอบ รวมถึงความปลอดภัยและขวัญกำลังใจของพนักงานในองค์การ ตามลำดับ
| ด้าน | หน่วยวัดผล | วิธีการวัดผล |
|---|---|---|
| การผลิต | การเพิ่มผลผลิต | ผลิตผล / ปัจจัยในการผลิต |
| การผลิต | OET · อัตราการเดินเครื่อง · ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง · อัตราคุณภาพ | การวัดประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE) |
| การผลิต | MTBF | ช่วงเวลาที่เครื่องจักรใช้งานได้อย่างไม่มีการขัดข้องโดยเฉลี่ย |
| การผลิต | MTTR | ช่วงเวลาที่เครื่องจักรต้องหยุดเมื่อขัดข้องโดยเฉลี่ย |
| การผลิต | ประสิทธิภาพการลงทุนในเครื่องจักร | (มูลค่าการผลิต / มูลค่าเครื่องจักร) x 100 |
| การผลิต | อัตราการบำรุงรักษาตามแผน | (จำนวนครั้งที่บำรุงรักษา / จำนวนครั้งที่ต้องบำรุงรักษา) x 100 |
| การผลิต | อัตราการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) | [(PM + CM) / (PM + CM + BM)] x 100 ในรูปของค่าใช้จ่าย |
| การผลิต | อัตราการใช้วัตถุดิบ | (วัตถุดิบทั้งหมดที่เข้าสู่กระบวนการ / วัตถุดิบที่ออกเป็นผลิตภัณฑ์) x 100 |
| คุณภาพ | จำนวนของเสีย · จำนวนลูกค้าร้องเรียน · จำนวนสินค้าส่งคืน | จากการบันทึก |
| คุณภาพ | อัตราคุณภาพ | การวัดประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE) |
| ต้นทุน | ต้นทุนการผลิต · ต้นทุนการบำรุงรักษา · มูลค่าเครื่องจักรที่เลิกใช้ | จากการบันทึก |
| ต้นทุน | อัตราการหมุนเวียนของเงิน | ยอดขายสุทธิ / สินทรัพย์ถาวร |
| ต้นทุน | อัตราค่าเสื่อมราคา | (ต้นทุนค่าเสื่อม / สินทรัพย์ถาวร) x 100 |
| การส่งมอบ | จำนวนครั้งที่ส่งมอบล่าช้า · จำนวนวันที่ส่งมอบล่าช้า · จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบล่าช้า | จากการบันทึก |
| ความปลอดภัย | อัตราการเกิดอุบัติเหตุ | (เวลาหยุดงานเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ / ชั่วโมงทำงาน) |
| ความปลอดภัย | เวลาทำงานปลอดอุบัติเหตุ | (จำนวนวันทำงานที่เกิดอุบัติเหตุ / จำนวนวันทำงานทั้งหมด) |
| ขวัญและกำลังใจ | จำนวนครั้งของการทำกิจกรรมกลุ่ม · เวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมกลุ่ม · จำนวนข้อเสนอแนะ · จำนวนชั่วโมงที่ฝึกอบรม | จากการบันทึก |
| ขวัญและกำลังใจ | อัตราการบำรุงรักษาด้วยตนเอง | (จำนวนครั้งที่แก้ไขโดยผู้ใช้เครื่อง / จำนวนเครื่องเสียทั้งหมด) x 100 |
ทำไมต้องวัด
สิ่งเดียวที่จะบอกเราได้ว่ากิจกรรม TPM เป็นอย่างไร ถูกทางหรือไม่ ได้ผลมากน้อยเพียงใด คือการวัดผลเป็นระยะๆ ทั้งนี้เพื่อให้ทราบความคืบหน้า เพื่อการหยุดทบทวน หรือเพื่อการปรับแผนการดำเนินการต่อไป
นำไปใช้หน้างานอย่างไร
- เริ่มที่สายการผลิตเดียวเป็น Model Line ก่อนขยายทั้งโรงงาน
- ให้ผู้บริหารระดับสูงประกาศนโยบายเอง ไม่ใช่ให้ฝ่ายบุคคลประกาศแทน
- ตั้งคณะกรรมการและระบุชื่อหัวหน้าเสาหลักตั้งแต่เดือนแรก
- กำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขที่วัดได้ ไม่ใช่คำว่า “ปรับปรุงให้ดีขึ้น”
- จัดทำแผนแม่บทที่ระบุว่าใครทำอะไรภายในเมื่อไร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เปิดตัวพร้อมกันทุกสายการผลิตด้วยทรัพยากรเท่าเดิม ได้การดำเนินการที่ตื้นทั้งโรงงาน
- มอบ TPM ให้ฝ่ายซ่อมบำรุงทำฝ่ายเดียว ทั้งที่หกในแปดเสาหลักไม่ได้อยู่กับฝ่ายซ่อมบำรุง
- ทำ TPM เป็นโครงการที่มีวันจบ แทนที่จะเป็นระบบการทำงานประจำวัน
- วัดผลด้วยจำนวนกิจกรรมที่จัด แทนที่จะวัดด้วยความสูญเสียที่ลดลง
คำถามที่พบบ่อย
TPM ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล
ถ้าเริ่มที่ Model Line และเลือกความสูญเสียที่ใหญ่ที่สุดก่อน มักเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วัดได้ภายใน 3–6 เดือน ส่วนการเปลี่ยนวัฒนธรรมให้ยั่งยืนใช้เวลา 18 เดือนขึ้นไป
โรงงานเล็กทำ TPM ได้ไหม
ได้ และมักง่ายกว่าโรงงานใหญ่ เพราะสายการบังคับบัญชาสั้นกว่า สิ่งที่ต้องมีคือผู้บริหารที่เอาจริง และคนที่รับหน้าที่ผลักดันอย่างชัดเจน