การตรวจประเมินโรงงาน · TPM · OEE · Lean · Industry 4.0

TPM Consulting

TPM คืออะไร

TPM หรือการบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม คือปรัชญา (Philosophy) หรือเครื่องมือ (Tool) ในการบริหารการผลิต ขึ้นอยู่กับลักษณะและขอบเขตของการนำไปใช้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การปร…

TPM หรือการบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม คือปรัชญา (Philosophy) หรือเครื่องมือ (Tool) ในการบริหารการผลิต ขึ้นอยู่กับลักษณะและขอบเขตของการนำไปใช้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ขององค์กร (Company Performance) ซึ่งแสดงออกในรูปของคุณภาพของสินค้า การลดและควบคุมต้นทุน การส่งมอบที่ตรงเวลา และการส่งเสริมความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

เครื่องจักรเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ต้นทุนต่ำ และส่งมอบได้ตรงเวลา แต่การบริหารประสิทธิผลของเครื่องจักรมักมีอุปสรรคที่การปฏิบัติงาน ความร่วมมือ และการประสานงานของฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายผลิต หรือฝ่ายซ่อมบำรุง จนเกิดเป็นแนวคิด TPM ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และนำพาผู้ผลิตญี่ปุ่นหลายรายสู่การผลิตระดับโลก

TPM เป็นปรัชญา ไม่ใช่โครงการที่มีวันจบ

คำว่า TPM ถูกใช้ในสองความหมายที่ต่างกันมาก ความหมายแรกคือเครื่องมือบริหารการผลิตชุดหนึ่ง มีแบบฟอร์ม มีบอร์ด มีการประชุม ความหมายที่สองคือปรัชญาในการมองเครื่องจักรและคนที่ใช้เครื่องจักร โรงงานที่รับเอาความหมายแรกไปมักได้ระบบเอกสารที่ครบถ้วนภายในหนึ่งปี แล้วเลิกทำไปในปีที่สอง โรงงานที่รับเอาความหมายที่สองไปจะเปลี่ยนวิธีคิดของคนหน้างานอย่างถาวร

เป้าหมายสูงสุดของ TPM เขียนไว้สั้นมาก คือ เครื่องจักรเสียเป็นศูนย์ ของเสียเป็นศูนย์ และอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ตัวเลขศูนย์ทั้งสามตัวนี้ไม่ได้มีไว้ให้ไปถึง แต่มีไว้เพื่อกำหนดทิศทาง เมื่อไรที่โรงงานตั้งเป้าไว้ที่ ลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ การตัดสินใจทุกครั้งจะหยุดที่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าตั้งไว้ที่ศูนย์ คำถามจะเปลี่ยนไปเป็น อะไรทำให้มันเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรก

เครื่องจักรคือปัจจัยที่ถูกบริหารน้อยที่สุด

โรงงานทุกแห่งบริหารคน บริหารวัตถุดิบ และบริหารต้นทุนอย่างจริงจัง มีตัวเลข มีผู้รับผิดชอบ มีการประชุมประจำเดือน แต่การบริหารประสิทธิผลของเครื่องจักรมักถูกมองข้าม เพราะเครื่องจักรยังเดินอยู่ก็ถือว่าใช้ได้ ทั้งที่มันอาจเดินช้ากว่าที่ออกแบบไว้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์มาตลอดสามปี

ความสูญเสียที่เกิดจากเครื่องจักรจึงเป็นความสูญเสียที่มองไม่เห็นในงบการเงิน ความสูญเสียนี้ไม่ปรากฏเป็นรายการค่าใช้จ่าย แต่ปรากฏเป็นกำลังการผลิตที่หายไป เป็นค่าล่วงเวลาที่ต้องจ่ายเพื่อไล่ให้ทันแผน และเป็นการลงทุนซื้อเครื่องใหม่ทั้งที่เครื่องเดิมยังไม่ได้ถูกใช้เต็มความสามารถ TPM เริ่มต้นจากการทำให้ความสูญเสียนี้มองเห็นได้ก่อน แล้วจึงค่อยแก้

สองเฟส: ทำให้สำเร็จในส่วนผลิตก่อน

TPM แบ่งการดำเนินการเป็นสองเฟสที่ต้องเรียงกัน เฟสแรกคือ Production TPM ทำเฉพาะในส่วนผลิต มีห้าเสาหลัก และมีเป้าหมายคือศูนย์ทั้งสาม เมื่อเฟสแรกได้ผลจริง จึงขยายไปสู่ Company-wide TPM ซึ่งเพิ่มอีกสามเสาและครอบคลุมทุกหน่วยงานในบริษัท รวมถึงสำนักงาน ฝ่ายขาย และฝ่ายจัดซื้อ

ลำดับนี้สำคัญกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด โรงงานที่ประกาศทำ TPM ทั้งบริษัทตั้งแต่วันแรก มักจบลงด้วยการที่ทุกฝ่ายมีบอร์ด TPM ติดผนัง แต่ไม่มีฝ่ายไหนลดความสูญเสียได้จริง เพราะยังไม่มีใครเคยเห็นตัวอย่างความสำเร็จที่จับต้องได้ในส่วนผลิตให้เลียนแบบ

แปดเสาหลักของ TPM

  • การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง (Individual Improvement)
  • การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (Autonomous Maintenance)
  • การบำรุงรักษาตามแผน (Planned Maintenance)
  • การศึกษาและฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะการทำงานและการบำรุงรักษา (Operation and Maintenance Development)
  • การคำนึงถึงการบำรุงรักษาตั้งแต่ขั้นการออกแบบ (Initial Phase Management)
  • ระบบการบำรุงรักษาเพื่อคุณภาพ (Quality Maintenance)
  • ระบบการทำงานของฝ่ายบริหารที่ตระหนักถึงประสิทธิภาพการผลิต หรือเรียกว่า TPM ในสำนักงาน (TPM in Office)
  • ระบบชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมภายในโรงงาน (Safety, Hygiene and Working Environment)

แม้ว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ของ TPM จะต้องปฏิบัติโดยฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุง แต่ก็เป็นความคิดที่ผิดถ้าจะให้ทั้งสองฝ่ายดังกล่าวทำกิจกรรมทั้งหมด เสาหลักของ TPM ควรจะมีการดำเนินการในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อยที่มีสมาชิกมาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตามลักษณะของเสาหลักนั้นๆ

เสาหลัก อธิบายอย่างที่ใช้จริง

เสาหลักในส่วนผลิตมีห้าต้น เสาแรกคือการปรับปรุงเฉพาะเรื่อง ทีมข้ามสายงานเลือกความสูญเสียที่วัดเป็นตัวเลขได้แล้วโจมตีจนหมด นี่คือเครื่องยนต์ของทั้งระบบ เสาที่สองคือการบำรุงรักษาด้วยตนเอง ผู้ใช้เครื่องดูแลสภาพพื้นฐานของเครื่องจักรเอง ทำความสะอาด หล่อลื่น ปรับตั้ง ตรวจสอบ และซ่อมเล็กน้อย เสาที่สามคือการบำรุงรักษาตามแผน ฝ่ายซ่อมบำรุงเปลี่ยนจากงานเชิงรับเป็นงานตามแผนตามความวิกฤตของเครื่อง

เสาที่สี่คือการพัฒนาทักษะ ทั้งของผู้ใช้เครื่องและของช่างซ่อมบำรุง ใช้แผนที่ทักษะรายบุคคลต่อเครื่องจักรเป็นเครื่องมือหลัก และเสาที่ห้าคือการบริหารในระยะเริ่มต้น คือการนำสิ่งที่เรียนรู้จากเครื่องเดิมไปกำหนดข้อกำหนดของเครื่องใหม่ ก่อนที่จะสั่งซื้อ ไม่ใช่หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว

เมื่อขยายเป็นแปดเสา จะเพิ่มการบำรุงรักษาเพื่อคุณภาพ ซึ่งเชื่อมของเสียแต่ละชนิดกลับไปยังเงื่อนไขของเครื่องจักรที่ทำให้เกิด การปรับปรุงงานสำนักงาน ซึ่งจัดการกับงานเอกสารที่ทำให้การผลิตต้องรอ และเสาความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่เสาที่ทำทีหลัง แต่เป็นเงื่อนไขที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก

เสาหลักที่มีหัวหน้าเสาแต่ไม่มีตารางประชุมและไม่มีตัวชี้วัด คือชื่อบนผังองค์กร ไม่ใช่เสาหลัก

เสาทั้งแปดจัดกลุ่มกันอย่างไร

ในเสาหลักที่ 1, 2 และ 3 เป็นเสาหลักที่ต้องดำเนินการให้เกิด TPM ในส่วนผลิต โดยก่อนเริ่มดำเนินการและขณะดำเนินการต้องมีการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นหน้าที่ในเสาหลักที่ 4 ส่วนเสาหลักที่ 5 ถือเป็นขั้นสูงของ TPM ในส่วนผลิต เนื่องจากเป็นการปลูกฝังการบำรุงรักษาให้ติดไปกับตัวเครื่องจักรอุปกรณ์ วัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต วิธีการทำงาน รวมถึงการออกแบบและวางผังโรงงานหรือกระบวนการ สำหรับในเสาหลักที่ 6, 7 และ 8 เป็นเสาหลักที่ดำเนินการเพื่อขยาย TPM จากส่วนผลิตไปสู่ TPM ทั่วทั้งองค์การ

แม้ว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ของ TPM จะต้องปฏิบัติโดยฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุง แต่ก็เป็นความคิดที่ผิดถ้าจะให้ทั้งสองฝ่ายดังกล่าวทำกิจกรรมทั้งหมด เสาหลักของ TPM ควรจะมีการดำเนินการในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อยที่มีสมาชิกมาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตามลักษณะของเสาหลักนั้นๆ

สิบสองขั้นตอน ใน 4 ระยะ

การดำเนินการ TPM มีสิบสองขั้นตอนมาตรฐาน แบ่งเป็นสี่ระยะ ระยะเตรียมการ เริ่มจากผู้บริหารสูงสุดประกาศนโยบายด้วยตนเอง ให้ความรู้แก่พนักงานทุกระดับ ตั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน กำหนดนโยบายและเป้าหมายที่วัดได้ แล้วจัดทำแผนแม่บท ระยะนี้ใช้เวลานานที่สุดและถูกเร่งบ่อยที่สุด

ระยะเริ่มดำเนินการคือพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ใช่พิธีการเปล่าๆ แต่เป็นการที่ทุกคนในโรงงานได้ยินเรื่องเดียวกันในเวลาเดียวกัน จากนั้นคือระยะดำเนินการ ซึ่งเป็นการทำงานจริงตามเสาหลักทั้งหมด และปิดท้ายด้วยระยะยกระดับ คือการตรวจประเมิน การรับรอง และการตั้งเป้าหมายชุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม

กิจกรรมกลุ่มย่อยที่ซ้อนกัน

โครงสร้างที่ทำให้ TPM เดินได้จริงคือกิจกรรมกลุ่มย่อยที่ซ้อนกันเป็นชั้น หัวหน้ากลุ่มในระดับหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มในระดับที่สูงกว่า ผลก็คือเป้าหมายจากผู้บริหารไหลลงถึงหน้างานโดยไม่ตกหล่น และปัญหาจากหน้างานไหลขึ้นถึงผู้บริหารโดยไม่ถูกกรองทิ้งกลางทาง

โรงงานที่ตั้งกลุ่มย่อยแบบขนานกัน ไม่ซ้อนกัน จะพบว่าแต่ละกลุ่มทำงานหนักในทิศทางของตัวเอง และไม่มีใครรู้ว่าผลรวมของทั้งหมดพาโรงงานไปทางไหน

ทำไม TPM ถึงล้มเหลว

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือผู้บริหารมอบหมายให้ฝ่ายซ่อมบำรุงเป็นเจ้าของ TPM ทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนั้น ฝ่ายผลิตจะมองว่านี่คืองานของอีกฝ่าย และการบำรุงรักษาด้วยตนเองจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะคนที่ต้องทำคือผู้ใช้เครื่อง ซึ่งอยู่ในฝ่ายผลิต

สาเหตุรองลงมาคือการวัดผลที่ไม่ต่อเนื่อง โรงงานเก็บข้อมูล OEE อย่างเข้มข้นในสามเดือนแรก แล้วปล่อยให้ขาดหายไปในเดือนที่สี่ เมื่อไม่มีข้อมูล การประชุมจะเหลือเพียงการรายงานตามความรู้สึก และเมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้ที่มีภาระงานมากที่สุดจะเป็นกลุ่มแรกที่เลิกเข้าประชุม

สาเหตุที่สามคือการคาดหวังผลเร็วเกินไป การฟื้นฟูสภาพพื้นฐานของเครื่องจักรที่ถูกละเลยมาสิบปี ใช้เวลาเป็นเดือน ไม่ใช่เป็นสัปดาห์ และในช่วงแรกตัวเลขอาจแย่ลงก่อน เพราะความผิดปกติที่เคยซ่อนอยู่ถูกทำให้มองเห็นและถูกบันทึกเป็นครั้งแรก

เป้าหมายของการทำ TPM

การพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์ ก็คือการระดมให้ทุกคนมีส่วนร่วมเพื่อก่อให้เกิด ประสิทธิผลสูงสุดของเครื่องจักรอุปกรณ์ (Equipment Effectiveness) ความไว้วางใจได้ในตัวเครื่องจักร (Reliability) คุณภาพของชิ้นงาน (Product Quality) การเพิ่มผลผลิตของเครื่องจักร (Machine Productivity) และความสามารถในการใช้เครื่องจักรให้ได้ตลอดอายุการใช้งาน (Total Service Life)

การพัฒนาคน คือการให้ฝ่ายต่างๆ สามารถรับผิดชอบงานของตนเองใน TPM ได้

  • ผู้ใช้เครื่องสามารถบำรุงรักษาเครื่องจักรด้วยตนเอง (Autonomous Maintenance)
  • ฝ่ายผลิตสามารถลดความสูญเสียที่เกิดจากเครื่องจักรได้ (Individual Machine Improvement)
  • ฝ่ายซ่อมบำรุงสามารถบำรุงรักษาเครื่องจักรตามแผนได้ (Planned Maintenance)
  • ฝ่ายออกแบบวิจัยและพัฒนา มีการออกแบบ วิจัย และพัฒนาสิ่งต่างๆ โดยคำนึงถึงการบำรุงรักษาตั้งแต่แรก (Initial Phase Management)
  • ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Group Activity)

การพัฒนาองค์การ

จากการพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์และการพัฒนาคนดังกล่าว ทำให้เกิดการพัฒนาองค์การในรูปของ การปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต (Productivity Improvement) การปรับปรุงคุณภาพ (Quality Improvement) การลดต้นทุน (Cost Reduction) การส่งมอบที่ตรงเวลา (Delivery) ความปลอดภัย (Safety) ขวัญกำลังใจของพนักงาน (Morale) และการรักษาสิ่งแวดล้อม (Environment)

การทำให้ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรสูงสุดด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับเครื่องจักร เปรียบเสมือนหนึ่งว่าตนเองเป็นเจ้าของเครื่อง คือเป้าหมายของ TPM และการพัฒนาคนให้รู้จักทำงานเป็นทีมก็คือการก้าวเดินไปสู่จุดหมายของ TPM

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการปฏิบัติ

ดัชนีวัดความสำเร็จในการปฏิบัติ แบ่งตามระดับโรงงาน ระดับฝ่าย ระดับแผนก และระดับกลุ่ม AM ตามลำดับ

ระดับดัชนีชี้วัด
ระดับโรงงานต้นทุนการผลิต · ต้นทุนทางด้านแรงงาน · การเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ · อัตราการเพิ่มผลผลิตของแรงงาน · งานระหว่างกระบวนการ · จำนวนลูกค้าร้องเรียน · จำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ
ระดับฝ่ายประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE) · อัตราการเพิ่มผลผลิตของเวลา · อัตราการเพิ่มผลผลิตของแรงงาน · ต้นทุนการผลิต · ต้นทุนเครื่องมือตัด · ค่าใช้จ่ายทางด้านวัสดุ · ค่าทำงานล่วงเวลา · การประหยัดแรงงาน · จำนวนลูกค้าร้องเรียน · ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา · ค่าใช้จ่ายในจิกซ์และฟิกเจอร์ · ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน · การเกิดอุบัติเหตุ · ผลจากการปรับปรุงเฉพาะเรื่อง · อัตราการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบ · จำนวนข้อเสนอแนะ
ระดับแผนกจำนวนการหยุดของเครื่องจักร · การลดเวลาตั้งเครื่องจักร · จำนวนเครื่องจักรเสีย · จำนวนการเปลี่ยนเครื่องมือตัด · ช่วงเวลาเริ่มเดินเครื่อง (Start-up) · จำนวนครั้งการหยุดเล็กน้อย · จำนวนครั้งการเสียความเร็ว · จำนวนของเสีย · การใช้เวลาในการผลิตลดลง · การเพิ่มความเร็วในการผลิต · อัตราส่วนของดี · การประหยัดแรงงาน · การลดจำนวนชั่วโมงแรงงาน · จำนวนข้อเสนอแนะ
ระดับกลุ่ม AMการลดเวลาทำความสะอาด · การลดเวลาตรวจสอบและหล่อลื่น · การลดปริมาณการเติมน้ำมัน · จำนวนจุดที่ปรับปรุง · จำนวนจุดผิดปกติที่พบ · จำนวนครั้งที่หาสาเหตุพบ · การลดจำนวนเครื่องหยุดเล็กน้อย · การลดเวลาตั้งเครื่อง · การลดเวลาในการเปลี่ยนเครื่องมือ

ดัชนีชี้วัดสมรรถนะขององค์การ

หน่วยวัดผลทางด้านการผลิต คุณภาพ ต้นทุน การส่งมอบ รวมถึงความปลอดภัยและขวัญกำลังใจของพนักงานในองค์การ ตามลำดับ

ด้านหน่วยวัดผลวิธีการวัดผล
การผลิตการเพิ่มผลผลิตผลิตผล / ปัจจัยในการผลิต
การผลิตOET · อัตราการเดินเครื่อง · ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง · อัตราคุณภาพการวัดประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE)
การผลิตMTBFช่วงเวลาที่เครื่องจักรใช้งานได้อย่างไม่มีการขัดข้องโดยเฉลี่ย
การผลิตMTTRช่วงเวลาที่เครื่องจักรต้องหยุดเมื่อขัดข้องโดยเฉลี่ย
การผลิตประสิทธิภาพการลงทุนในเครื่องจักร(มูลค่าการผลิต / มูลค่าเครื่องจักร) x 100
การผลิตอัตราการบำรุงรักษาตามแผน(จำนวนครั้งที่บำรุงรักษา / จำนวนครั้งที่ต้องบำรุงรักษา) x 100
การผลิตอัตราการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM)[(PM + CM) / (PM + CM + BM)] x 100 ในรูปของค่าใช้จ่าย
การผลิตอัตราการใช้วัตถุดิบ(วัตถุดิบทั้งหมดที่เข้าสู่กระบวนการ / วัตถุดิบที่ออกเป็นผลิตภัณฑ์) x 100
คุณภาพจำนวนของเสีย · จำนวนลูกค้าร้องเรียน · จำนวนสินค้าส่งคืนจากการบันทึก
คุณภาพอัตราคุณภาพการวัดประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (OEE)
ต้นทุนต้นทุนการผลิต · ต้นทุนการบำรุงรักษา · มูลค่าเครื่องจักรที่เลิกใช้จากการบันทึก
ต้นทุนอัตราการหมุนเวียนของเงินยอดขายสุทธิ / สินทรัพย์ถาวร
ต้นทุนอัตราค่าเสื่อมราคา(ต้นทุนค่าเสื่อม / สินทรัพย์ถาวร) x 100
การส่งมอบจำนวนครั้งที่ส่งมอบล่าช้า · จำนวนวันที่ส่งมอบล่าช้า · จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบล่าช้าจากการบันทึก
ความปลอดภัยอัตราการเกิดอุบัติเหตุ(เวลาหยุดงานเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ / ชั่วโมงทำงาน)
ความปลอดภัยเวลาทำงานปลอดอุบัติเหตุ(จำนวนวันทำงานที่เกิดอุบัติเหตุ / จำนวนวันทำงานทั้งหมด)
ขวัญและกำลังใจจำนวนครั้งของการทำกิจกรรมกลุ่ม · เวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมกลุ่ม · จำนวนข้อเสนอแนะ · จำนวนชั่วโมงที่ฝึกอบรมจากการบันทึก
ขวัญและกำลังใจอัตราการบำรุงรักษาด้วยตนเอง(จำนวนครั้งที่แก้ไขโดยผู้ใช้เครื่อง / จำนวนเครื่องเสียทั้งหมด) x 100

ทำไมต้องวัด

สิ่งเดียวที่จะบอกเราได้ว่ากิจกรรม TPM เป็นอย่างไร ถูกทางหรือไม่ ได้ผลมากน้อยเพียงใด คือการวัดผลเป็นระยะๆ ทั้งนี้เพื่อให้ทราบความคืบหน้า เพื่อการหยุดทบทวน หรือเพื่อการปรับแผนการดำเนินการต่อไป

นำไปใช้หน้างานอย่างไร

  1. เริ่มที่สายการผลิตเดียวเป็น Model Line ก่อนขยายทั้งโรงงาน
  2. ให้ผู้บริหารระดับสูงประกาศนโยบายเอง ไม่ใช่ให้ฝ่ายบุคคลประกาศแทน
  3. ตั้งคณะกรรมการและระบุชื่อหัวหน้าเสาหลักตั้งแต่เดือนแรก
  4. กำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขที่วัดได้ ไม่ใช่คำว่า “ปรับปรุงให้ดีขึ้น”
  5. จัดทำแผนแม่บทที่ระบุว่าใครทำอะไรภายในเมื่อไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เปิดตัวพร้อมกันทุกสายการผลิตด้วยทรัพยากรเท่าเดิม ได้การดำเนินการที่ตื้นทั้งโรงงาน
  • มอบ TPM ให้ฝ่ายซ่อมบำรุงทำฝ่ายเดียว ทั้งที่หกในแปดเสาหลักไม่ได้อยู่กับฝ่ายซ่อมบำรุง
  • ทำ TPM เป็นโครงการที่มีวันจบ แทนที่จะเป็นระบบการทำงานประจำวัน
  • วัดผลด้วยจำนวนกิจกรรมที่จัด แทนที่จะวัดด้วยความสูญเสียที่ลดลง

คำถามที่พบบ่อย

TPM ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล

ถ้าเริ่มที่ Model Line และเลือกความสูญเสียที่ใหญ่ที่สุดก่อน มักเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วัดได้ภายใน 3–6 เดือน ส่วนการเปลี่ยนวัฒนธรรมให้ยั่งยืนใช้เวลา 18 เดือนขึ้นไป

โรงงานเล็กทำ TPM ได้ไหม

ได้ และมักง่ายกว่าโรงงานใหญ่ เพราะสายการบังคับบัญชาสั้นกว่า สิ่งที่ต้องมีคือผู้บริหารที่เอาจริง และคนที่รับหน้าที่ผลักดันอย่างชัดเจน

เริ่มจากการตรวจประเมินหน้างานที่วัดได้จริง

การตรวจประเมินเบื้องต้น 3 Man-days จบด้วยรายงานความพร้อม จุดอ่อนที่ต้องแก้เร่งด่วน และแผนดำเนินการ TPM

ขอรับการตรวจประเมินโรงงาน รับหนังสือฟรี