บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
- MP ย่อมาจาก Maintenance Prevention คือการป้องกันการบำรุงรักษาตั้งแต่ขั้นออกแบบ
- MP Design ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การผลิต การติดตั้ง จนถึงการทดลองใช้งาน
- LCC คือค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อมตลอดชีวิตของเครื่องจักร ไม่ใช่แค่ราคาซื้อ
- การวิเคราะห์ LCC มี 5 ขั้นตอน เริ่มจากการเข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการติดตั้ง
- วัตถุประสงค์ที่ต่างกันนำมาซึ่งทางเลือกทางเทคนิคที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
MP Design คืออะไร
MP (Maintenance Prevention) หมายถึง การป้องกันการบำรุงรักษา ดังนั้น MP Design จึงหมายถึงกิจกรรมการออกแบบซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ เครื่องจักร หรือการบริหารการผลิต เพื่อให้เกิดความร่วมมือ มีความสามารถในการบำรุงรักษา มีความประหยัด มีความสามารถในการใช้งาน มีความปลอดภัย และมีความอเนกประสงค์ โดยพิจารณาจากข้อมูลด้านเทคโนโลยีและด้านการบำรุงรักษา
กิจกรรมในขั้นการศึกษา
- เทคโนโลยีที่จะใช้ ทั้งเทคโนโลยีการผลิตและเทคโนโลยีของเครื่องจักร
- ความสามารถในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณของเครื่องจักร
- ปริมาณการลงทุน
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น ค่าแรงงาน ค่าวัสดุ ค่าซ่อมบำรุง ค่าพลังงาน
กิจกรรมในขั้นการดำเนินการ
- การออกแบบ
- การผลิต
- การติดตั้ง
- การทดลองใช้งาน
- การควบคุมการผลิต
ทำไมจึงสำคัญ
การบำรุงรักษาที่ดีไม่สามารถเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบได้ ถ้าหลายสิ่งผิดพลาดตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ การวางผังโรงงาน การเลือกซื้อเครื่องจักร หรือการวางแผนและควบคุมการผลิต ทั้งหมดนี้เป็นอุปสรรคต่อการบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิผลได้ตลอดอายุของเครื่อง
ค่าใช้จ่ายตลอดวงจรชีวิต (Life Cycle Cost)
LCC คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากเครื่องจักรไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนา การผลิต การใช้งาน การบำรุงรักษา และการสนับสนุนต่างๆ การวิเคราะห์ LCC คือการตัดสินใจอย่างเป็นระบบในการเลือกซื้อ ติดตั้ง หรือผลิตเครื่องจักร เพื่อให้ได้ทางเลือกที่คุ้มค่าและประหยัดที่สุด
- ขั้นที่ 1 เข้าใจความต้องการและวัตถุประสงค์ ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเลือกซื้อหรือติดตั้งเครื่องจักรก่อนสิ่งอื่นใด
- ขั้นที่ 2 ระดมทางเลือก รวบรวมทางเลือกทั้งหมดที่สนองวัตถุประสงค์นั้นได้จริง
- ขั้นที่ 3 คำนวณค่า LCC ของแต่ละทางเลือก พิจารณาให้ครบตลอดวงจรชีวิต ไม่ใช่เฉพาะราคาซื้อ
- ขั้นที่ 4 ประเมินและสรุปผล เลือกทางเลือกที่ประหยัดที่สุดตลอดอายุการใช้งาน
- ขั้นที่ 5 เขียนรายงานผลการวิเคราะห์ บันทึกสมมติฐานและตัวเลขไว้ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อเครื่องเดินจริง
ตัวอย่าง: การเลือกติดตั้งระบบสายพานลำเลียง
อันดับแรกคือต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการติดตั้งก่อน ระหว่างเพื่อประโยชน์ทางด้านการขนถ่ายวัสดุ กับเพื่อประโยชน์ในการควบคุมความสมดุลของสายการผลิต เพราะวัตถุประสงค์ทั้งสองจะนำมาซึ่งระบบสายพานลำเลียงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จากนั้นจึงระดมทางเลือกว่ามีระบบแบบใดบ้างที่ตอบวัตถุประสงค์นั้น แล้วนำมาคำนวณ LCC โดยพิจารณาค่าติดตั้ง ค่าพนักงานดูแลระบบ ค่าบำรุงรักษา อายุการใช้งาน และราคาค่าอะไหล่ จากนั้นจึงเลือกระบบที่มี LCC ต่ำสุด
| องค์ประกอบต้นทุน | ตัวอย่างรายการ |
|---|---|
| ต้นทุนได้มา | ราคาเครื่อง ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง ค่าทดลองเดินเครื่อง |
| ต้นทุนดำเนินการ | พลังงาน แรงงานเดินเครื่อง วัสดุสิ้นเปลือง |
| ต้นทุนบำรุงรักษา | อะไหล่ ชั่วโมงช่าง สัญญาบริการ เครื่องมือพิเศษ |
| ต้นทุนความสูญเสีย | เวลาหยุดเครื่องที่คาดการณ์ได้ ของเสียช่วงเริ่มเดินเครื่อง |
| ต้นทุนสิ้นสุดอายุ | การรื้อถอน การกำจัด มูลค่าซาก |