การบำรุงรักษาตามแผนจะทำให้เครื่องจักรใช้งานได้ดีตลอดเวลา และเมื่อเกิดการเสียหายก็จะกลับมาใช้งานใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การวัดประสิทธิภาพของการบำรุงรักษาตามแผนสามารถทำได้โดยวัดอัตราการใช้งานของเครื่องจักรอันเนื่องมาจากการเสียหายและเวลาที่ใช้ในการซ่อม (Inherent Availability) รวมทั้งวัดอัตราการใช้งานของเครื่องจักรอันเนื่องมาจากการบำรุงรักษาและเวลาที่ใช้ในการบำรุงรักษา (Achievement Availability)
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ
การวัดผลการบำรุงรักษาตามแผนเป็นการตอบคำถามว่า กิจกรรมที่ทำไปนั้นได้ผลหรือไม่ เพราะสมรรถนะที่ดีเลิศของโรงงานคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากเครื่องจักรและอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตยังไม่มีความน่าเชื่อถือเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ (Reliability) ซึ่งเป็นผลพวงมาจากความสามารถในการบำรุงรักษาที่ยังไม่เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน (Maintainability) ตัวเลขสองตัวนี้จึงวัดคนละด้านของเรื่องเดียวกัน
อัตราการใช้งานสองแบบ
อัตราการใช้งานแบบแรกคำนวณจากอัตราส่วน Inherent Availability = MTBF ÷ (MTBF + MTTR) โดย MTBF หมายถึง Mean Time Between Failures คือระยะเวลาเฉลี่ยก่อนการเสียหายแต่ละครั้ง ส่วน MTTR หมายถึง Mean Time To Repair คือระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เกิดการเสียหายจนใช้งานได้แต่ละครั้ง อัตรานี้จึงบอกว่าเครื่องจักรพร้อมใช้งานมากน้อยเพียงใดเมื่อคิดจากการเสียและเวลาที่ใช้ซ่อม
อัตราการใช้งานแบบที่สองคำนวณจากอัตราส่วน Achievement Availability = MTBM ÷ (MTBM + M) โดย MTBM หมายถึง Mean Time Between Maintenance คือระยะเวลาเฉลี่ยก่อนการบำรุงรักษาแต่ละครั้ง ส่วน M คือระยะเวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการบำรุงรักษาแต่ละครั้ง อัตรานี้จึงบอกว่าเครื่องจักรพร้อมใช้งานมากน้อยเพียงใดเมื่อคิดจากการบำรุงรักษาและเวลาที่ใช้บำรุงรักษา
หน้าที่ของฝ่ายซ่อมบำรุงไม่ได้ลดลง
ถึงแม้ TPM จะเป็นการบำรุงรักษาแบบทุกคนมีส่วนร่วม แต่หน้าที่ของฝ่ายซ่อมบำรุงก็ไม่ได้ลดลงเลย เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการแก้ไขเป็นหลัก การป้องกันเป็นรอง และการปรับปรุงในบางครั้งเท่านั้น มาเป็นการป้องกันเป็นหลัก การปรับปรุงเป็นรอง และบางครั้งเท่านั้นที่ทำการแก้ไข